Lycopene 10 mg = Tomato Extract 10 mg หรือไม่?
อ่านฉลากอาหารเสริมอย่างไรไม่ให้เข้าใจผิด
เวลาเลือกผลิตภัณฑ์ Lycopene หลายคนเห็นคำว่า
“Tomato Extract”
“Lycopene 10 mg”
“Lycopene 10%”
แล้วอาจคิดว่าเป็นสิ่งเดียวกัน
แต่จริง ๆ แล้ว…
❌ Tomato Extract 100 mg
ไม่ได้แปลว่า
Lycopene 100 mg
และ
❌ Lycopene 10%
ไม่ได้แปลว่า
Lycopene 10 mg เสมอไป
เพราะ “น้ำหนักวัตถุดิบ” กับ “ปริมาณสารสำคัญ”
เป็นคนละเรื่องกัน
Lycopene คืออะไร?
Lycopene หรือไลโคปีน เป็นสารสีแดงตามธรรมชาติในกลุ่ม Carotenoids
พบในอาหารหลายชนิด เช่น
🍅 มะเขือเทศ
🍉 แตงโม
🩷 ฝรั่งสีชมพู
🍊 เกรปฟรุตสีชมพู
เมื่อ Lycopene ถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร เราอาจไม่ได้ใส่ Lycopene บริสุทธิ์ 100% ลงไปโดยตรง
แต่วัตถุดิบอาจมาในรูปของ
Tomato Extract
Lycopene preparation
หรือวัตถุดิบที่ Standardized Lycopene ไว้ในเปอร์เซ็นต์หนึ่ง
คำว่า Standardized 10% หมายความว่าอย่างไร?
สมมติว่าวัตถุดิบ Lycopene ชนิดหนึ่งระบุว่า
“Lycopene 10%”
หมายความว่า ในวัตถุดิบ 100 mg มี Lycopene ตามสเปกประมาณ 10 mg
ดังนั้นถ้าสูตรใส่วัตถุดิบนี้
100 mg → Lycopene 10 mg
200 mg → Lycopene 20 mg
แต่ต้องดู Specification และ Certificate of Analysis ของวัตถุดิบจริงประกอบด้วย
ไม่ควรคำนวณจากชื่อทางการตลาดเพียงอย่างเดียว
แล้วถ้าฉลากเขียน Tomato Extract 100 mg ล่ะ?
ตรงนี้ต้องระวังมาก
คำว่า
“Tomato Extract 100 mg”
บอกน้ำหนักของสารสกัดมะเขือเทศ
แต่ไม่ได้บอกโดยอัตโนมัติว่าในนั้นมี Lycopene กี่ mg
ต้องรู้ต่อว่า Tomato Extract นั้น Standardized Lycopene ไว้เท่าไร
ตัวอย่างเช่น
Tomato Extract 100 mg
Standardized to Lycopene 10%
จึงคำนวณได้ประมาณว่า
Lycopene = 10 mg
นี่คือเหตุผลว่าทำไมการอ่านฉลากอาหารเสริม
ไม่ควรหยุดอยู่ที่ “ตัวเลขใหญ่ที่สุด”
เปอร์เซ็นต์สูงกว่า ดีกว่าเสมอไหม?
ไม่จำเป็น
สมมติว่า
วัตถุดิบ A = Lycopene 5%
วัตถุดิบ B = Lycopene 10%
ไม่ได้หมายความว่า B ต้องเป็นผลิตภัณฑ์ที่ดีกว่าเสมอ
เพราะผู้ผลิตสามารถปรับปริมาณวัตถุดิบเพื่อให้ได้ปริมาณ Lycopene ตามที่ต้องการได้
สิ่งที่ควรเปรียบเทียบจริง ๆ คือ
“เราได้รับ Lycopene ต่อหน่วยบริโภคเท่าไร?”
ทำไมต้องมีส่วนประกอบอื่นในวัตถุดิบ Lycopene?
สารสกัดและวัตถุดิบอาหารเสริมหลายชนิดไม่ได้ประกอบด้วยสารสำคัญ 100%
อาจมี Carrier หรือส่วนประกอบที่ช่วยให้วัตถุดิบเหมาะกับการผลิตและคงคุณภาพ
ดังนั้นการเห็นว่า
วัตถุดิบ 100 mg
แต่มี Lycopene 10 mg
ไม่ได้หมายความว่าอีก 90 mg คือ “ของปลอม”
ต้องดู Composition และ Specification ของวัตถุดิบนั้น
แล้ว Lycopene ยิ่งเยอะยิ่งดีไหม?
ไม่ควรใช้แนวคิด
“mg สูงที่สุด = ดีที่สุด”
เพราะการเลือกอาหารเสริมต้องดูมากกว่าเลขตัวเดียว
ทั้ง
รูปแบบวัตถุดิบ
ปริมาณต่อหน่วยบริโภค
ส่วนประกอบทั้งหมด
วิธีรับประทาน
คุณภาพวัตถุดิบ
และความเหมาะสมของแต่ละคน
ก่อนซื้อ Lycopene ลองอ่านฉลาก 5 จุด
1. ดูชื่อวัตถุดิบ
เป็น Lycopene, Tomato Extract หรือวัตถุดิบรูปแบบอื่น?
2. ดูน้ำหนักวัตถุดิบ
กี่ mg ต่อแคปซูลหรือต่อหน่วยบริโภค?
3. ดูปริมาณสารสำคัญ
อย่าสับสนระหว่างน้ำหนัก Extract กับปริมาณ Lycopene
4. ดู Serving Size
หนึ่งหน่วยบริโภคคือ 1 หรือ 2 แคปซูล?
5. ดูผู้ผลิตและเลขสารบบอาหาร
อย่าตัดสินผลิตภัณฑ์จากตัวเลขด้านหน้ากล่องเพียงอย่างเดียว
FAQ
Tomato Extract 100 mg เท่ากับ Lycopene 100 mg ไหม?
ไม่เท่ากันโดยอัตโนมัติ Tomato Extract 100 mg คือน้ำหนักของสารสกัด ส่วน Lycopene ที่มีอยู่จริงต้องดู Specification หรือระดับ Standardization ของวัตถุดิบ
Lycopene 10% หมายความว่าอะไร?
โดยหลักการ หากวัตถุดิบ Standardized Lycopene 10% วัตถุดิบ 100 mg จะให้ Lycopene ประมาณ 10 mg ตามสเปกของวัตถุดิบ
Lycopene 10 mg ต้องใช้ Tomato Extract เท่าไร?
ขึ้นอยู่กับความเข้มข้นของวัตถุดิบ เช่น หากวัตถุดิบมี Lycopene 10% ในทางคำนวณจะต้องใช้วัตถุดิบประมาณ 100 mg เพื่อให้ Lycopene 10 mg แต่ต้องอ้างอิง Specification จริงของวัตถุดิบ
Lycopene เปอร์เซ็นต์สูงกว่าดีกว่าไหม?
เปอร์เซ็นต์สูงหมายถึงวัตถุดิบมีความเข้มข้นของ Lycopene สูงกว่า แต่ไม่ได้หมายความว่าผลิตภัณฑ์สำเร็จรูปจะดีกว่าเสมอ ต้องดูปริมาณ Lycopene ต่อหน่วยบริโภคและสูตรทั้งหมด
สรุป
ครั้งต่อไปที่เห็น
“Tomato Extract 100 mg”
อย่าเพิ่งอ่านว่า
“Lycopene 100 mg”
ให้แยก 3 เรื่องออกจากกัน
RAW MATERIAL
↓
STANDARDIZATION
↓
ACTIVE INGREDIENT
ตัวอย่าง
Tomato Extract 100 mg
↓
Standardized Lycopene 10%
↓
Lycopene ≈ 10 mg
นี่คือความแตกต่างระหว่าง
“อ่านตัวเลขบนฉลาก”
กับ
“เข้าใจว่าตัวเลขนั้นหมายถึงอะไร”
PPC PLUS
เข้าใจวัตถุดิบ ก่อนเลือกสิ่งที่รับประทานทุกวัน
#PPCPlus #Lycopene #TomatoExtract #ไลโคปีน #TOMATOQ #อ่านฉลาก #อาหารเสริม













