PPC-PLUS.com

PPC PLUS แบรนด์อาหารเสริมที่ผลิตโดยโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ภายใต้มาตรฐานคุณภาพที่ตรวจสอบได้

PPC-PLUS.com

PPC PLUS แบรนด์อาหารเสริมที่ผลิตโดยโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ภายใต้มาตรฐานคุณภาพที่ตรวจสอบได้

บทความความรู้

CoQ10 แบบ Ubiquinone กับ Ubiquinol ต่างกันอย่างไร? เลือกแบบไหนดี? เวลาเลือกซื้อ CoQ10 หลายคนดูเพียงว่า   “กี่ mg?”   30 mg, 60 mg, 100 mg หรือมากกว่านั้น   แต่ถ้าลองดูรายละเอียดของวัตถุดิบ เราอาจพบอีก 2 คำที่ทำให้หลายคนสงสัย   Ubiquinone และ Ubiquinol   ทั้งสองคือ CoQ10 เหมือนกันหรือไม่? แบบไหนดีกว่า? แล้วก่อนซื้อ CoQ10 เราควรดูอะไรบ้าง?   มาทำความเข้าใจกันครับ     CoQ10 คืออะไร?   Coenzyme Q10 หรือ CoQ10 เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย   พบมากในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของเซลล์ โดยเฉพาะ Mitochondria   CoQ10 ยังเกี่ยวข้องกับระบบ Oxidation-Reduction หรือ Redox ภายในร่างกายด้วย   และนี่เป็นจุดที่ทำให้เราเจอคำว่า   Ubiquinone ⇄ Ubiquinol     Ubiquinone คืออะไร?   Ubiquinone คือรูป Oxidized form ของ CoQ10   เมื่อเข้าสู่กระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกาย CoQ10 สามารถเปลี่ยนสถานะระหว่าง Ubiquinone และ Ubiquinol ได้   ดังนั้น Ubiquinone ไม่ใช่ “CoQ10 คุณภาพต่ำ”   แต่เป็นหนึ่งในรูปทางเคมีข

“กินวิตามินซีทุกวัน แต่ทำไมยังเป็นหวัด?” เป็นคำถามที่หลายคนสงสัย โดยเฉพาะช่วงที่คนรอบตัวเริ่มไอ จาม หรือมีการติดเชื้อทางเดินหายใจกันมากขึ้น บางคนจึงคิดว่า กิน Vitamin C = ต้องไม่เป็นหวัด แต่จริง ๆ แล้ว Vitamin C ไม่ได้ทำหน้าที่เหมือน “เกราะป้องกันเชื้อโรค” มาทำความเข้าใจกันใหม่ว่า Vitamin C เกี่ยวข้องกับระบบภูมิคุ้มกันอย่างไร Vitamin C มีหน้าที่อะไร? Vitamin C หรือ Ascorbic Acid เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ และเป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายต้องได้รับจากอาหาร Vitamin C มีบทบาทหลายด้าน เช่น มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนตามปกติ ทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก แต่คำว่า “มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน” ไม่ได้หมายความว่า “รับประทาน Vitamin C แล้วจะไม่ติดเชื้อหรือไม่เป็นหวัด” นี่เป็นสองเรื่องที่ควรแยกออกจากกัน ทำไมกิน Vitamin C แล้วยังเป็นหวัดได้? เพราะการติดเชื้อทางเดินหายใจเกี่ยวข้องกับเชื้อโรค การสัมผัสเชื้อ และปัจจัยของร่างกายหลายด้าน ระบบภูมิคุ้มกันเองก็ซับซ้อนมาก และไม่ได้อาศัย Vitamin C เพียงสารเดียว ร่าง

⚡ เหนื่อยง่าย หมดแรงระหว่างวัน = ขาด CoQ10 จริงไหม? 89 เช้ากาแฟ 1 แก้ว ☕ บ่ายเริ่มหมดแรง เย็นถึงบ้านอยากนอนอย่างเดียว…   หลายคนพอเริ่มรู้สึกเหนื่อยง่าย โดยเฉพาะเมื่ออายุเพิ่มขึ้น ก็เริ่มค้นหาว่า   “ควรกิน CoQ10 ไหม?”   แต่ก่อนซื้อ มารู้จัก CoQ10 ให้ถูกต้องก่อนครับ 👇   🧬 CoQ10 คืออะไร?   Coenzyme Q10 หรือ CoQ10 เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติในร่างกาย และมีบทบาทเกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานภายในเซลล์ โดยเฉพาะใน Mitochondria   แต่…   ⚠️ “CoQ10 เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของเซลล์” ไม่ได้แปลว่า “เหนื่อย = ขาด CoQ10”   เพราะอาการเหนื่อยง่ายสามารถเกิดได้จากหลายเรื่อง   ✓ นอนไม่เพียงพอ ✓ ความเครียดสะสม ✓ รับประทานอาหารไม่เหมาะสม ✓ เคลื่อนไหวหรือออกกำลังกายน้อย ✓ ภาวะสุขภาพบางอย่าง ✓ ยาบางชนิด   ดังนั้น ถ้าเหนื่อยผิดปกติหรือเป็นต่อเนื่อง ควรหาสาเหตุก่อนพึ่งอาหารเสริม   ❤️ แล้วทำไม CoQ10 ถึงได้รับความสนใจในกลุ่ม Healthy Aging?   เพราะเมื่อพูดถึงสุขภาพระยะยาว เราไม่ได้สนใจเพียงว่า   “วันนี้มีแรงไหม?”   แต่สนใจถึง

ประชุมทั้งวัน กาแฟแก้วที่ 2–3 กินอาหารเสร็จแล้วต้องคุยกับลูกค้าต่อ… เรื่อง “กลิ่น” เล็ก ๆ แบบนี้ อาจทำให้เสียความมั่นใจได้มากกว่าที่คิด จริง ๆ แล้วกลิ่นปากไม่ได้เกิดจากอาหารที่เรากินเพียงอย่างเดียว หนึ่งในปัจจัยสำคัญคือ ภาวะปากแห้ง น้ำลายมีส่วนช่วยชะล้างเศษอาหารและรักษาสภาพแวดล้อมภายในช่องปาก เมื่อปากแห้ง กลิ่นจึงอาจสังเกตได้ชัดขึ้นในบางคน สิ่งที่ทำได้ง่าย ๆ คือ 💧 ดื่มน้ำให้เพียงพอ 🪥 แปรงฟันและทำความสะอาดลิ้น 🦷 ใช้ไหมขัดฟัน ☕ สังเกตว่ากาแฟหรืออาหารชนิดใดมีผลกับตัวเรา 👨‍⚕️ หากมีกลิ่นปากเรื้อรัง ควรตรวจหาสาเหตุ ไม่ใช่แค่พยายามกลบกลิ่น แล้วทำไมช่วงหลังจึงเริ่มมีคนพูดถึง Persimmon Extract หรือสารสกัดจากลูกพลับ ในกลุ่มผลิตภัณฑ์ดูแลกลิ่น? 🍊 ลูกพลับมีสารกลุ่ม Polyphenols และ Tannins ซึ่งเป็นเหตุผลหนึ่งที่ Persimmon-derived ingredients ได้รับความสนใจในการพัฒนาผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับการดูแลกลิ่น แต่ต้องเข้าใจว่า Persimmon ไม่ใช่น้ำหอมจากภายใน และอาหารเสริมไม่สามารถทดแทนการดูแลช่องปากหรือรักษาต้นเหตุของกลิ่นได้ สำหรับคนที่ต้องพบลูกค้า ประชุม หรือพูดคุยใกล้ชิดกับคนอื่นทุกวัน… การดูแล “ความ

🍅 Lycopene กินตอนไหนดีที่สุด? ทำไมกินมะเขือเทศพร้อมไขมันจึงน่าสนใจ เวลาเลือก Lycopene หลายคนสนใจว่า “กี่ mg?” แต่มีอีกคำถามที่สำคัญไม่แพ้กันคือ “Lycopene ควรกินตอนไหน และกินพร้อมอะไร?” เพราะ Lycopene ไม่ใช่วิตามินที่ละลายในน้ำ แต่เป็นสารในกลุ่ม Carotenoids ที่ละลายในไขมัน นี่จึงเป็นเหตุผลว่าทำไม “มื้ออาหาร” อาจสำคัญกว่า “เวลาบนนาฬิกา” Lycopene คืออะไร? Lycopene หรือไลโคปีน เป็นสารสีแดงตามธรรมชาติในกลุ่ม Carotenoids พบได้ในอาหารหลายชนิด เช่น มะเขือเทศ แตงโม ฝรั่งสีชมพู เกรปฟรุตสีชมพู แต่แหล่งที่คนรู้จัก Lycopene มากที่สุดคือ มะเขือเทศ Lycopene ได้รับความสนใจในด้านคุณสมบัติ Antioxidant และเป็นหนึ่งในสารพฤกษเคมีที่มีการศึกษากันอย่างต่อเนื่อง Lycopene กินตอนไหนดีที่สุด? ไม่มีหลักว่าต้องเป็น ❌ 8 โมงเช้า ❌ ก่อนนอน ❌ ตอนท้องว่าง สิ่งที่ควรสนใจมากกว่าคือ Lycopene เป็นสารที่ละลายในไขมัน ดังนั้น การได้รับ Lycopene พร้อมมื้ออาหารที่มีไขมันในปริมาณเหมาะสม สามารถช่วยเรื่องการดูดซึมของ Carotenoids ได้ จำง่าย ๆ ว่า “กินพร้อมอะไร” อาจสำคัญกว่า “กินกี่โมง” ต้องกินกับอาหารมัน ๆ หรือไม่? ไม่จำเป็นต้องกิน

เวลาเลือกผลิตภัณฑ์ Glutathione หลายคนดูสิ่งแรกคือ “กี่ mg?” 500 mg ดีกว่า 250 mg หรือไม่? ยิ่งเยอะยิ่งดีหรือเปล่า? แต่ถ้าพลิกดูฉลาก เราอาจเจอคำว่า Reduced Glutathione แล้วมันคืออะไร? ต่างจากคำว่า Glutathione เฉย ๆ อย่างไร? วันนี้ PPC PLUS จะพาไปดูตั้งแต่ระดับวัตถุดิบ Glutathione คืออะไร? Glutathione เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเอง ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ Glutamate + Cysteine + Glycine Glutathione มีส่วนเกี่ยวข้องกับระบบ Antioxidant ภายในร่างกาย และสามารถพบได้ในรูปทางเคมีที่แตกต่างกัน สองคำที่มักพบเมื่อศึกษา Glutathione คือ GSH — Reduced Glutathione และ GSSG — Oxidized Glutathione แล้ว “Reduced” แปลว่ากลูต้าถูกลดปริมาณหรือไม่? ไม่ใช่ นี่เป็นจุดที่คนทั่วไปอาจเข้าใจผิดได้ง่าย คำว่า Reduced ใน Reduced Glutathione เป็นศัพท์ทางเคมี ไม่ได้หมายความว่า “ลดปริมาณ Glutathione ลง” Reduced Glutathione หรือ GSH เป็นรูปหนึ่งของ Glutathione ที่เกี่ยวข้องกับวงจร Redox และระบบ Antioxidant ของร่างกาย เมื่อ GSH เข้าไปมีส่วนในปฏิกิริยาออกซิเดชัน-รีดักชัน สามารถเปลี่ยนไปอยู่ในรูป Oxidized Glut

Persimmon Extract คืออะไร? ทำไม “สารสกัดลูกพลับ” จึงถูกนำมาใช้ในผลิตภัณฑ์ดูแลกลิ่น?, เมื่อพูดถึง “ลูกพลับ” หลายคนนึกถึงผลไม้สีส้มรสหวาน แต่ในช่วงหลัง Persimmon Extract หรือสารสกัดจากลูกพลับ เริ่มปรากฏเป็นส่วนประกอบในผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลกลิ่นจากภายในมากขึ้น คำถามคือ… ลูกพลับเกี่ยวอะไรกับกลิ่น? และสารสำคัญที่ทำให้ Persimmon ได้รับความสนใจคืออะไร? Persimmon Extract คืออะไร? Persimmon Extract คือสารสกัดที่ได้จากลูกพลับ (Diospyros kaki) ซึ่งเป็นผลไม้ที่มีสารพฤกษเคมีหลายชนิด กลุ่มสารที่ได้รับความสนใจเป็นพิเศษคือ Polyphenols และ Tannins Tannins เป็นสารในกลุ่ม Polyphenols ที่พบตามธรรมชาติในพืชหลายชนิด และเป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้ผลไม้บางชนิดมีรสฝาด Persimmon โดยเฉพาะบางสายพันธุ์และบางส่วนของผล สามารถมี Tannins อยู่ในปริมาณที่น่าสนใจ แล้ว Tannins เกี่ยวอะไรกับ “กลิ่น”? กลิ่นที่เรารับรู้เกิดจากสารระเหยหลายชนิด ตัวอย่างเช่น กลิ่นบางประเภทอาจเกี่ยวข้องกับสารประกอบที่มีไนโตรเจนหรือกำมะถัน สารกลุ่ม Polyphenols จาก Persimmon จึงได้รับการศึกษาเกี่ยวกับปฏิสัมพันธ์กับสารก่อกลิ่นบางประเภท แ

กลิ่นตัวเกิดจากอะไร? ทำไมอาบน้ำแล้วบางคนยังมีกลิ่นไม่พึงประสงค์ อาบน้ำแล้ว ใช้ผลิตภัณฑ์ระงับกลิ่นแล้ว แต่ทำไมบางครั้งยังรู้สึกว่ามีกลิ่นตัว?   หลายคนคิดว่า “กลิ่นตัว = เหงื่อ”   แต่ความจริง เหงื่อเพียงอย่างเดียวไม่ได้อธิบายกลิ่นไม่พึงประสงค์ทั้งหมด   เพราะกลิ่นของร่างกายสามารถเกี่ยวข้องกับทั้งเหงื่อ จุลินทรีย์บนผิวหนัง อาหาร พฤติกรรม และปัจจัยเฉพาะบุคคล   เหงื่อมีกลิ่นหรือไม่?   ร่างกายมีต่อมเหงื่อหลายชนิด   เหงื่อที่หลั่งออกมาจากต่อมบางชนิดประกอบด้วยน้ำและเกลือเป็นหลัก และไม่ได้มีกลิ่นรุนแรงโดยตัวมันเอง   แต่เมื่อสารจากเหงื่อและสารคัดหลั่งสัมผัสกับจุลินทรีย์ที่อาศัยอยู่บนผิวหนัง อาจเกิดสารระเหยบางชนิดขึ้น   นี่เป็นหนึ่งในสาเหตุที่ทำให้เกิดกลิ่นเฉพาะตัวของแต่ละคน   ดังนั้น   “เหงื่อเยอะ” ไม่ได้แปลว่า “ต้องมีกลิ่นแรง” เสมอไป   แล้วทำไมรักแร้จึงมีกลิ่นง่าย?   บริเวณรักแร้มีทั้งความอับชื้น เส้นขน และต่อมที่สร้างสารคัดหลั่งบางชนิด   สภาพแวดล้อมดังกล่าวเหมาะกับการทำงานของจุลินทรีย์บนผิวหนัง   เมื่อจุลินทรีย์ย่อยสลายสารบาง

Astaxanthin กินตอนไหนดีที่สุด? กินพร้อมอาหารหรือท้องว่าง? Astaxanthin เป็นหนึ่งในสารที่ได้รับความสนใจมากขึ้นในกลุ่ม Antioxidant และ Healthy Aging แต่หลังจากเลือกผลิตภัณฑ์แล้ว คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “Astaxanthin ควรกินตอนไหน?” ตอนเช้า? หลังอาหาร? ก่อนนอน? หรือกินตอนท้องว่างเพื่อให้ดูดซึมได้ดี? คำตอบสำคัญไม่ได้อยู่ที่ “เช้าหรือเย็น” เพียงอย่างเดียว แต่อยู่ที่คุณสมบัติของ Astaxanthin เอง Astaxanthin คืออะไร? Astaxanthin เป็นสารสีธรรมชาติในกลุ่ม Carotenoids พบในสิ่งมีชีวิตหลายชนิด โดยแหล่งที่นิยมใช้ในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคือสาหร่ายขนาดเล็กบางชนิด Astaxanthin ได้รับความสนใจอย่างมากจากคุณสมบัติด้าน Antioxidant หรือสารต้านอนุมูลอิสระ แต่มีคุณสมบัติอีกอย่างที่เกี่ยวข้องโดยตรงกับวิธีรับประทาน คือ Astaxanthin เป็นสารที่ละลายในไขมัน Astaxanthin ควรกินพร้อมอาหารหรือไม่? โดยทั่วไป การรับประทาน Astaxanthin พร้อมมื้ออาหาร โดยเฉพาะมื้อที่มีไขมันในปริมาณเหมาะสม เป็นวิธีที่น่าสนใจเนื่องจาก Astaxanthin เป็นสารที่ละลายในไขมัน ไม่ได้หมายความว่าต้องรับประทานอาหารมัน ๆ ไขมันสามารถมาจากอาหารทั่วไป เช่น ไข่ ปลา

Metabolic Health คืออะไร? ทำไมวัย 40+ ควรสนใจมากกว่าน้ำหนักบนตาชั่ง   น้ำหนัก 60 กิโลกรัม = สุขภาพดี?   น้ำหนัก 80 กิโลกรัม = สุขภาพไม่ดี?   คำตอบไม่ได้ง่ายขนาดนั้น   เพราะตัวเลขบนเครื่องชั่งบอกเราเพียง “น้ำหนัก” แต่ไม่ได้บอกทั้งหมดว่า ภายในร่างกายกำลังเกิดอะไรขึ้น   เมื่อเข้าสู่วัย 40+ อีกคำที่ควรรู้จักจึงไม่ใช่แค่ Weight Loss แต่คือ   Metabolic Health — สุขภาพด้านเมตาบอลิซึม   Metabolic Health คืออะไร?   พูดแบบเข้าใจง่าย Metabolic Health คือ ภาพรวมว่าร่างกายจัดการและควบคุมกระบวนการที่เกี่ยวข้องกับพลังงาน น้ำตาล ไขมัน และระบบเผาผลาญได้เหมาะสมเพียงใด   การประเมินสุขภาพด้านนี้ไม่ได้ดูจากน้ำหนักเพียงอย่างเดียว แต่บุคลากรทางการแพทย์อาจพิจารณาตัวชี้วัดหลายอย่างร่วมกัน เช่น   – รอบเอว – ความดันโลหิต – ระดับน้ำตาลในเลือด – ไตรกลีเซอไรด์ – HDL cholesterol – น้ำหนักและองค์ประกอบร่างกาย – ประวัติสุขภาพและปัจจัยเสี่ยงอื่น ๆ   ดังนั้น คนที่ดูไม่อ้วนก็ไม่ได้หมายความว่าจะมี Metabolic Health ที่ดีเสมอไป

“เมื่อก่อนกินแบบนี้ไม่เห็นอ้วน” “พออายุ 40 ทำไมน้ำหนักขึ้นง่ายมาก?” “กินน้อยลงแล้ว แต่น้ำหนักก็ยังลงยาก” เป็นคำถามที่หลายคนเริ่มเจอเมื่อเข้าสู่วัยกลางคน จนเกิดความเชื่อว่า “อายุมากขึ้น ระบบเผาผลาญพัง” แต่ความจริงซับซ้อนกว่านั้น น้ำหนักตัวไม่ได้ขึ้นอยู่กับ Metabolism เพียงอย่างเดียว แต่เกี่ยวข้องกับ มวลกล้ามเนื้อ การเคลื่อนไหว อาหาร การนอน และพฤติกรรมในชีวิตประจำวัน ร่วมกัน 1. อายุ 40 แล้ว Metabolism พังจริงไหม? ไม่ควรสรุปแบบนั้น ร่างกายยังคงใช้พลังงานตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นการหายใจ การทำงานของอวัยวะ การรักษาอุณหภูมิร่างกาย หรือการเคลื่อนไหว สิ่งที่อาจเปลี่ยนไปเมื่ออายุมากขึ้นคือ “องค์ประกอบและพฤติกรรม” หลายอย่างพร้อมกัน ตัวอย่างเช่น มวลกล้ามเนื้อลดลง เคลื่อนไหวน้อยลง ทำงานนั่งโต๊ะมากขึ้น ออกกำลังกายน้อยลง นอนน้อย มีความเครียด พลังงานที่รับประทานอาจมากกว่าที่คิด ดังนั้นคำว่า “ระบบเผาผลาญช้า” อาจอธิบายปัญหาได้ไม่ทั้งหมด 2. กล้ามเนื้อสำคัญกว่าที่คิด เมื่อพูดถึงการควบคุมน้ำหนัก หลายคนสนใจแต่ “ไขมัน” แต่ในวัย 40+ เราควรสนใจ Muscle Mass ด้วย กล้ามเนื้อเป็นเนื้อเยื่อที่มีการใช้พลังงาน และที่สำค

“เมื่อก่อนทำงานทั้งวันยังไหว แต่เดี๋ยวนี้บ่าย ๆ ก็หมดแรง” “นอนแล้ว แต่ทำไมยังรู้สึกเพลีย?” “พออายุ 40 แล้วเหนื่อยง่ายขึ้น เป็นเรื่องปกติหรือเปล่า?” อาการเหนื่อยง่ายเป็นเรื่องที่พบได้ในวัยกลางคน แต่ไม่ควรสรุปทันทีว่า “เพราะแก่ขึ้น” เพราะความเหนื่อยล้าสามารถเกี่ยวข้องกับหลายปัจจัย ตั้งแต่การนอน อาหาร ความเครียด การออกกำลังกาย ไปจนถึงภาวะสุขภาพบางอย่าง 1. นอนครบ แต่คุณภาพการนอนอาจไม่ดี การนอน 7–8 ชั่วโมงไม่ได้หมายความว่าเราจะพักผ่อนได้อย่างมีคุณภาพเสมอไป การเข้านอนไม่เป็นเวลา ตื่นบ่อยระหว่างคืน ดื่มแอลกอฮอล์ก่อนนอน หรือใช้โทรศัพท์จนถึงเวลานอน อาจส่งผลต่อคุณภาพการพักผ่อน ดังนั้น ถ้ารู้สึกเพลียทุกเช้า คำถามแรกอาจไม่ใช่ “ต้องกินวิตามินอะไร?” แต่คือ “เมื่อคืนเรานอนดีจริงหรือเปล่า?” 2. ได้รับโปรตีนและพลังงานเพียงพอหรือไม่? บางคนเริ่มควบคุมน้ำหนักเมื่อเข้าสู่วัย 40 ด้วยการลดอาหารอย่างมาก แต่หากได้รับพลังงานหรือโปรตีนไม่เพียงพอ ก็อาจส่งผลต่อความแข็งแรงและการรักษามวลกล้ามเนื้อ โปรตีนพบได้จากอาหารหลายชนิด เช่น ปลา ไข่ เนื้อสัตว์ นม เต้าหู้ และถั่ว เป้าหมายไม่ใช่ “กินโปรตีนให้มากที่สุด” แต่คือ ได้ร

เมื่อเข้าสู่วัย 40 หลายคนเริ่มรู้สึกว่าร่างกายไม่เหมือนเดิม ทำงานหนักแล้วฟื้นตัวช้าลง นอนดึกแล้วเพลียหลายวัน เริ่มกังวลเรื่องมวลกล้ามเนื้อ ผิวพรรณ น้ำหนัก หรือสุขภาพในระยะยาว คำถามที่ตามมาคือ “อายุ 40 แล้วควรกินอาหารเสริมอะไร?” คำตอบอาจไม่ใช่การซื้อวิตามินหลายขวดมากินพร้อมกัน แต่ควรเริ่มจากการถามว่า ร่างกายของเราต้องการอะไรจริง ๆ 1. อายุ 40+ ไม่ได้แปลว่าทุกคนต้องกินอาหารเสริมเหมือนกัน ไม่มี “ชุดอาหารเสริมวัย 40” ที่เหมาะกับทุกคน คนอายุเท่ากันอาจมีความต้องการแตกต่างกันมาก ขึ้นอยู่กับอาหารที่รับประทาน การออกกำลังกาย การนอน โรคประจำตัว ยาที่ใช้ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต ดังนั้น ก่อนถามว่า “ตัวไหนดี?” ควรถามก่อนว่า “เรากำลังต้องการดูแลเรื่องอะไร?” 2. ถ้ากังวลเรื่องกล้ามเนื้อ ให้เริ่มจาก Protein + Exercise หลังเข้าสู่วัยกลางคน การรักษามวลกล้ามเนื้อเป็นหนึ่งในเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ อย่าเริ่มจากอาหารเสริมราคาแพง แต่ให้ตรวจสอบก่อนว่าในแต่ละวันได้รับโปรตีนเพียงพอหรือไม่ และมีการออกกำลังกายแบบแรงต้านหรือไม่ เพราะการรักษาความแข็งแรงเมื่ออายุมากขึ้นต้องอาศัยทั้ง Protein + Resistance Training + Reco

เวลาเลือกซื้อวิตามินซี หลายคนเริ่มจากคำถามว่า “500 mg หรือ 1,000 mg ดีกว่ากัน?” แต่ในมุมของผู้ผลิตผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร ปริมาณวิตามินซีเป็นเพียงหนึ่งในข้อมูลที่ควรพิจารณา เพราะผลิตภัณฑ์ที่เราจะรับประทานทุกวัน ควรดูตั้งแต่ส่วนประกอบ วิธีรับประทาน ฉลาก ไปจนถึงมาตรฐานของผู้ผลิต PPC Plus สรุป 6 จุดที่ผู้บริโภคสามารถตรวจสอบได้ด้วยตัวเองก่อนเลือกวิตามินซี 1. อย่าเลือกจากตัวเลข mg สูงที่สุดอย่างเดียว ตัวเลข 500 mg หรือ 1,000 mg บอกปริมาณวิตามินซีที่ได้รับ แต่ไม่ได้หมายความว่า “ยิ่งสูงยิ่งเหมาะกับทุกคน” ความต้องการของแต่ละคนแตกต่างกันตามอายุ อาหาร พฤติกรรม และภาวะสุขภาพ สิ่งที่ควรทำคืออ่านปริมาณต่อหน่วยบริโภคและวิธีรับประทานบนฉลาก แล้วพิจารณาว่าในแต่ละวันเรายังได้รับวิตามินซีจากผลิตภัณฑ์อื่นอีกหรือไม่ 2. ดูว่า Vitamin C มาจากรูปแบบไหน คำว่า “Vitamin C” บนผลิตภัณฑ์ไม่ได้หมายความว่าทุกสูตรจะใช้วัตถุดิบเหมือนกัน ตัวอย่างรูปแบบที่อาจพบได้ เช่น Ascorbic Acid หรือเกลือแร่ของ Ascorbate แต่ละรูปแบบมีคุณสมบัติและปริมาณวิตามินซีที่ให้แตกต่างกัน การอ่าน Ingredients และ Nutrition Information จึงสำคัญกว่าการ

เมื่อเลือกผลิตภัณฑ์ดูแลผิวและสารต้านอนุมูลอิสระ หลายคนน่าจะเคยเห็นชื่อ Glutathione และ Vitamin C อยู่ด้วยกัน จึงเกิดคำถามว่า “Glutathione กับ Vitamin C กินพร้อมกันได้ไหม?” “ต้องแยกเวลากินหรือไม่?” และ “ทำไมผลิตภัณฑ์หลายสูตรจึงนำสองสารนี้มาใช้ร่วมกัน?” มาทำความเข้าใจหน้าที่ของแต่ละตัวก่อน Glutathione คืออะไร? Glutathione เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองจากกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ Glutamate, Cysteine และ Glycine Glutathione เป็นส่วนหนึ่งของระบบสารต้านอนุมูลอิสระภายในร่างกาย และมีบทบาทในกระบวนการต่าง ๆ ภายในเซลล์ นี่จึงเป็นเหตุผลหนึ่งที่ Glutathione ได้รับความสนใจทั้งในด้านสุขภาพและผลิตภัณฑ์ดูแลผิว Vitamin C คืออะไร? Vitamin C หรือกรดแอสคอร์บิก เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำและเป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างขึ้นเองได้ในปริมาณที่ต้องการ จึงต้องได้รับจากอาหาร เช่น • ฝรั่ง • ส้ม • กีวี • พริกหวาน • บรอกโคลี • ผลไม้และผักชนิดต่าง ๆ Vitamin C มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนตามปกติเพื่อการทำงานของผิวหนัง และยังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ Glutathione กับ Vitamin C กินด้วยกันได้ไหม?

เมื่อพูดถึง “Glutathione” หลายคนอาจนึกถึงเรื่องผิวเป็นอันดับแรก แต่ความจริงแล้ว Glutathione (กลูต้าไธโอน) เป็นสารที่มีอยู่ตามธรรมชาติภายในร่างกาย และมีบทบาทมากกว่าเรื่องความสวยงามเพียงอย่างเดียว แล้ว Glutathione คืออะไร? ร่างกายสร้างเองได้หรือไม่? และเราสามารถดูแลระดับ Glutathione ในร่างกายได้อย่างไร? Glutathione คืออะไร? Glutathione เป็นสารที่ประกอบขึ้นจากกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ • Glutamate • Cysteine • Glycine ร่างกายสามารถสร้าง Glutathione ขึ้นเองได้ และพบอยู่ภายในเซลล์ต่าง ๆ ของร่างกาย หนึ่งในบทบาทที่ทำให้ Glutathione ได้รับความสนใจอย่างมากคือการเป็นส่วนหนึ่งของ ระบบสารต้านอนุมูลอิสระของร่างกาย Antioxidant เกี่ยวข้องกับร่างกายอย่างไร? ในแต่ละวันร่างกายมีการเกิด Reactive Oxygen Species หรืออนุมูลอิสระจากกระบวนการตามธรรมชาติ นอกจากนี้ ปัจจัยจากการใช้ชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น • มลภาวะ • ควันบุหรี่ • แสงแดด • การพักผ่อนไม่เพียงพอ อาจเกี่ยวข้องกับภาวะ Oxidative Stress ได้ ร่างกายจึงมีระบบ Antioxidant หลายชนิดทำงานร่วมกัน และ Glutathione เป็นหนึ่งในองค์ประกอบของระบบดังกล่าว Glutathione เก

หลายคนเชื่อว่า “ผักสดย่อมมีสารอาหารมากกว่าผักที่ผ่านความร้อน” แต่สำหรับมะเขือเทศ เรื่องนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เพราะสารสำคัญอย่าง Lycopene (ไลโคปีน) อาจอยู่ในรูปที่ร่างกายนำไปใช้ได้ดีขึ้นหลังผ่านกระบวนการปรุงอาหาร ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น? Lycopene คืออะไร? Lycopene เป็นสารสีแดงตามธรรมชาติในกลุ่ม Carotenoids พบมากในมะเขือเทศ และพบได้ในอาหารสีแดงหรือชมพูบางชนิด เช่น แตงโม ฝรั่งสีชมพู และเกรปฟรุตสีชมพู Lycopene ได้รับความสนใจในด้านคุณสมบัติการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นหนึ่งในสารพฤกษเคมีที่มีการศึกษากันอย่างต่อเนื่อง มะเขือเทศสดมี Lycopene หรือไม่? มี การรับประทานมะเขือเทศสดยังให้สารอาหารหลายชนิด รวมถึงวิตามินซี โพแทสเซียม ใยอาหาร และ Lycopene ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกรับประทานมะเขือเทศสด แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ Bioavailability หรือความพร้อมที่ร่างกายจะดูดซึมและนำ Lycopene ไปใช้ ทำไมมะเขือเทศปรุงสุกจึงน่าสนใจ? Lycopene ถูกเก็บอยู่ภายในโครงสร้างของเซลล์มะเขือเทศ การบดและการให้ความร้อนสามารถช่วยทำลายโครงสร้างของเนื้อเยื่อพืช ทำให้ Lycopene ถูกปลดปล่อยออกมาและอยู่ในรูปที่ร่างกายเข้าถ

มะเขือเทศเป็นอาหารที่เราคุ้นเคยกันดี แต่สีแดงของมะเขือเทศมีสารธรรมชาติที่น่าสนใจซ่อนอยู่ นั่นคือ Lycopene (ไลโคปีน) Lycopene จึงกลายเป็นหนึ่งในสารที่ได้รับความสนใจทั้งในด้านโภชนาการ สารต้านอนุมูลอิสระ และการดูแลสุขภาพระยะยาว Lycopene คืออะไร? Lycopene เป็นสารสีธรรมชาติในกลุ่ม Carotenoids ที่ทำให้ผักและผลไม้บางชนิดมีสีแดงหรือสีชมพู แหล่งที่คนส่วนใหญ่รู้จักดีที่สุดคือ “มะเขือเทศ” แต่ยังพบได้ในอาหารอื่น เช่น • แตงโม • ฝรั่งสีชมพู • เกรปฟรุตสีชมพู Lycopene ไม่ใช่วิตามิน แต่เป็นสารพฤกษเคมี (Phytonutrient) ที่ได้รับความสนใจจากคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ Antioxidant สำคัญอย่างไร? ร่างกายของเรามีกระบวนการที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด มลภาวะ ควันบุหรี่ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็สามารถเกี่ยวข้องกับภาวะ Oxidative Stress ได้เช่นกัน ร่างกายจึงมีระบบสารต้านอนุมูลอิสระของตัวเอง และเรายังได้รับสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิดจากอาหารอีกด้วย มะเขือเทศสดกับมะเขือเทศปรุงสุก แบบไหนได้ Lycopene ดีกว่า? เรื่องนี้น่าสนใจมาก ต่างจากสารอาหารบา

เมื่อพูดถึงสารอาหารสำหรับคนวัย 40+ หนึ่งในชื่อที่พบได้บ่อยคือ Coenzyme Q10 หรือ CoQ10 หลายคนจึงสงสัยว่า CoQ10 คืออะไร? ต้องรอให้อายุมากก่อนหรือไม่จึงค่อยรับประทาน? และทำไมจึงถูกพูดถึงบ่อยในเรื่อง Healthy Aging? มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ CoQ10 คืออะไร? Coenzyme Q10 เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ และพบอยู่ในเซลล์ทั่วร่างกาย บทบาทสำคัญอย่างหนึ่งของ CoQ10 เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานภายใน Mitochondria Mitochondria เปรียบได้กับ “โรงงานผลิตพลังงานของเซลล์” เพราะเป็นบริเวณสำคัญที่ร่างกายเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานที่เซลล์นำไปใช้ CoQ10 จึงไม่ได้เป็นเพียงสารที่พบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายของเราอยู่แล้ว แล้วทำไม CoQ10 จึงถูกพูดถึงในวัย 40+? ปริมาณ CoQ10 ในร่างกายไม่ได้คงที่ตลอดชีวิต และอาจเปลี่ยนแปลงตามอายุและปัจจัยต่าง ๆ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ CoQ10 ได้รับความสนใจในกลุ่มคนวัยกลางคนและผู้ที่ศึกษาเรื่อง Healthy Aging และ Longevity อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร CoQ10 ควรพิจารณาจากอา

เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 40 ปีขึ้นไป หลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงานในการใช้ชีวิต ผิวพรรณ การออกกำลังกาย หรือการดูแลร่างกายจากความเครียดออกซิเดชัน   สองสารที่ถูกพูดถึงบ่อยในกลุ่ม Healthy Aging คือ Astaxanthin และ Coenzyme Q10 (CoQ10)   แต่สองตัวนี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?   Astaxanthin คืออะไร?   Astaxanthin เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบตามธรรมชาติในสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เช่น สาหร่ายขนาดเล็ก รวมถึงสัตว์น้ำบางชนิดที่ได้รับสารนี้ผ่านห่วงโซ่อาหาร   จุดที่ทำให้ Astaxanthin ได้รับความสนใจอย่างมากคือคุณสมบัติด้านการต้านอนุมูลอิสระ   อนุมูลอิสระเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติจากกระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกาย และยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น มลภาวะ แสงแดด การสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต   CoQ10 คืออะไร?   Coenzyme Q10 หรือ CoQ10 เป็นสารที่พบตามธรรมชาติภายในร่างกาย โดยพบมากในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของเซลล์   หนึ่งในบทบาทสำคัญของ CoQ10 เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานภายใน Mitochondria   Mitoch

พูดถึง “โปรตีน” หลายคนยังนึกถึงนักกีฬา คนเข้าฟิตเนส หรือคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ แต่จริง ๆ แล้ว เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 40 ปีขึ้นไป การได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอกลับยิ่งมีความสำคัญ เพราะร่างกายมีแนวโน้มสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามอายุ และนี่เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของ Healthy Aging ที่หลายคนมองข้าม ทำไมอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อจึงสำคัญ? กล้ามเนื้อไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น กล้ามเนื้อมีส่วนสำคัญต่อการเคลื่อนไหว การทรงตัว ความแข็งแรง และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่ออายุมากขึ้น หากมวลกล้ามเนื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเริ่มสังเกตได้จาก • รู้สึกว่าแรงน้อยลง • เดินขึ้นบันไดเหนื่อยกว่าเดิม • ยกของหนักได้ยากขึ้น • ฟื้นตัวหลังออกกำลังกายช้าลง • ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ไม่คล่องตัวเหมือนเดิม ดังนั้น เป้าหมายของคนวัย 40+ ไม่ควรมีเพียง “ลดน้ำหนัก” แต่ควรให้ความสำคัญกับการรักษามวลกล้ามเนื้อด้วย โปรตีนเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้ออย่างไร? โปรตีนประกอบด้วยกรดอะมิโน ซึ่งร่างกายนำไปใช้ในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงกล้ามเนื้อ การได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอควบคู่กับการออกกำลังกาย โดยเฉพาะ Resistance T

เมื่อเลือกซื้อวิตามินซี หลายคนมักเริ่มจากการดูตัวเลขบนฉลาก เช่น 500 mg หรือ 1,000 mg และอาจเข้าใจว่า “ยิ่งปริมาณสูง ยิ่งดีกว่า” แต่จริง ๆ แล้ว การเลือกวิตามินซีไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนมิลลิกรัมเท่านั้น เพราะความต้องการวิตามินซีของแต่ละคนแตกต่างกัน และร่างกายมีข้อจำกัดในการดูดซึมและจัดการวิตามินซีที่ได้รับ วิตามินซี 500 mg กับ 1,000 mg ต่างกันตรงไหน? ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือปริมาณวิตามินซีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค วิตามินซี 1,000 mg ให้ปริมาณต่อครั้งมากกว่า 500 mg ถึง 2 เท่า แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะนำวิตามินซีที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดไปใช้ได้มากขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ เมื่อได้รับมากเกินความต้องการ ส่วนเกินสามารถถูกขับออกทางปัสสาวะได้ แล้วร่างกายต้องการวิตามินซีวันละเท่าไร? ความต้องการพื้นฐานของร่างกายจริง ๆ ต่ำกว่าปริมาณที่พบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดมาก ความต้องการแตกต่างกันตามเพศ อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต การสูบบุหรี่ อาหารที่รับประทาน และภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล ดังนั้น การรับประทานวิตามินซีปริมาณสูงไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกว่าสำหรับทุก

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน หลายคนสังเกตว่าคนรอบตัวเริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูก หรือเป็นไข้บ่อยขึ้น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประกอบกับการอยู่ในพื้นที่ปิดและมีผู้คนหนาแน่น อาจเพิ่มโอกาสในการแพร่กระจายของโรคทางเดินหายใจได้ แม้จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคได้ยาก แต่เราสามารถดูแลร่างกายให้พร้อมรับมือได้ในทุกวัน 5 วิธีดูแลภูมิคุ้มกันในช่วงหน้าฝน 1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ และโปรตีนคุณภาพดี เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น 2. พักผ่อนให้เพียงพอ ผู้ใหญ่ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน เพราะการนอนหลับมีส่วนสำคัญต่อการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน 3. ออกกำลังกายเป็นประจำ การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวม แม้ในวันที่ฝนตกก็สามารถออกกำลังกายในบ้านได้ 4. ดูแลสุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า และสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในสถานที่แออัดหรือเมื่อมีอาการป่วย 5. ได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ วิตามินซีมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน หากรับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ อาจพิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามิ

ในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ หลายคนเริ่มกลับมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือ COVID-19 สิ่งสำคัญคือการเตรียมร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ แม้อาหารเสริมจะไม่สามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้ แต่การได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยเฉพาะ วิตามินซี เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน วิตามินซีมีบทบาทอย่างไร? วิตามินซีเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งสำคัญต่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง หลอดเลือด กระดูก และเหงือก นอกจากนี้ วิตามินซียังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน ใครบ้างที่ควรใส่ใจการได้รับวิตามินซี? ผู้ที่ทำงานพบผู้คนจำนวนมาก ผู้ที่พักผ่อนน้อยหรือทำงานหนัก ผู้สูงอายุ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ที่รับประทานผักและผลไม้น้อย ดูแลภูมิคุ้มกันให้ครบ ไม่ใช่แค่วิตามินซี การมีภูมิคุ้มกันที่ดีเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ นอนหลับ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ล้างมือและสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่

หลายคนคิดว่า “การอักเสบ” เกิดขึ้นเฉพาะเวลามีแผลหรือเจ็บป่วย แต่จริง ๆ แล้ว ร่างกายอาจมี การอักเสบระดับต่ำเรื้อรัง (Chronic Low-Grade Inflammation) ซึ่งไม่แสดงอาการชัดเจน และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของร่างกายตามวัย การอักเสบในลักษณะนี้อาจได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล และการไม่ออกกำลังกาย สัญญาณที่อาจพบได้ แม้อาการจะไม่เฉพาะเจาะจง แต่บางคนอาจพบว่า รู้สึกอ่อนเพลียบ่อย ฟื้นตัวหลังออกกำลังกายช้าลง ปวดเมื่อยเป็นประจำ นอนหลับไม่เต็มอิ่ม น้ำหนักเพิ่มง่าย โดยเฉพาะรอบเอว อาการเหล่านี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ หากเป็นต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม 5 วิธีช่วยลดปัจจัยที่กระตุ้นการอักเสบ 1. รับประทานอาหารที่หลากหลาย เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และไขมันดี พร้อมลดอาหารหวานและอาหารแปรรูป 2. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ ช่วยคงไว้ซึ่งมวลกล้ามเนื้อและสนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกาย 3. เคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายแบบแรงต้านเป็นประจำ ช่วยส่งเสริมสุขภาพโด

เคยสังเกตไหมว่า เมื่ออายุ 20–30 ปี การนอนเต็มอิ่มเพียงคืนเดียวก็ช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่น แต่เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป การฟื้นตัวหลังทำงานหนัก ออกกำลังกาย หรืออดนอนกลับใช้เวลานานกว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตามวัย ซึ่งสามารถดูแลได้ด้วยการใช้ชีวิตที่เหมาะสม ทำไมร่างกายจึงฟื้นตัวช้าลง? เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เช่น การสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อช้าลง มวลกล้ามเนื้อลดลงตามวัย คุณภาพการนอนอาจลดลง การตอบสนองต่อความเครียดเปลี่ยนแปลงไป การเผาผลาญพลังงานลดลง 5 วิธีช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น 1. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมและคงไว้ซึ่งมวลกล้ามเนื้อ 2. นอนหลับอย่างมีคุณภาพ ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน และพยายามเข้านอนเป็นเวลา 3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทั้งการเดินเร็ว เวทเทรนนิง และการยืดเหยียด ล้วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและฟื้นตัวได้ดี 4. รับประทานผักและผลไม้หลากสี ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีที่หลากหลาย 5. ดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การเลือกรับประทานอาหารที่สมดุล ออกกำลังกาย และหากจำเป็

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายใช้ในการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ รวมถึงมีบทบาทต่อเอนไซม์ ฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกัน แต่หลายคน โดยเฉพาะวัยทำงานและผู้สูงอายุ มักได้รับโปรตีนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำไมโปรตีนจึงสำคัญ? โปรตีนมีส่วนช่วยในการ เสริมสร้างและคงสภาพมวลกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยให้อิ่มนาน ลดการรับประทานจุบจิบ สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ควรได้รับโปรตีนวันละเท่าไร? ความต้องการโปรตีนแตกต่างกันตามอายุ น้ำหนักตัว และระดับกิจกรรม โดยทั่วไป ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีควรได้รับโปรตีนประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายหรือผู้สูงอายุอาจมีความต้องการมากกว่านี้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ตัวอย่าง น้ำหนัก 50 กก. → ประมาณ 40 กรัม/วัน น้ำหนัก 60 กก. → ประมาณ 48 กรัม/วัน น้ำหนัก 70 กก. → ประมาณ 56 กรัม/วัน โปรตีนจากอาหารมีอะไรบ้าง? ปลา ไข่ อกไก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วและธัญพืช ผลิตภัณฑ์โปรตีนเสริมที่ได้มาตรฐาน (เมื่อรับประทานอาหารไม่เพียงพอ) โปรตีนมากเกินไปดีหรือไม่? การรับประทานโปรตีนควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การรับประทานมากเ

หลายคนเมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 40 ปีขึ้นไป มักให้ความสำคัญกับตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนัก แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ควรใส่ใจมากกว่าคือน้ำหนักของ “มวลกล้ามเนื้อ” เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ หากไม่ได้ออกกำลังกายหรือได้รับโปรตีนเพียงพอ การสูญเสียนี้อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรง เหนื่อยง่าย และการเผาผลาญพลังงานลดลง มวลกล้ามเนื้อสำคัญอย่างไร ช่วยให้เผาผลาญพลังงานได้ดี เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัว ลดความเสี่ยงของการหกล้มเมื่ออายุมากขึ้น ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันให้มีคุณภาพ วิธีดูแลมวลกล้ามเนื้อ 1. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ เลือกโปรตีนคุณภาพดีให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย และกระจายการรับประทานในแต่ละมื้อ 2. ออกกำลังกายแบบแรงต้าน การฝึกด้วยน้ำหนักตัว ยางยืด หรือเวทเทรนนิง ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้ดี 3. นอนหลับให้เพียงพอ การซ่อมแซมและฟื้นฟูกล้ามเนื้อเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ 4. ดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และหากจำเป็น เลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้มาตรฐาน สามารถ

หลายคนรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรือไม่มีแรง แม้จะนอนครบ 7–8 ชั่วโมง สาเหตุอาจไม่ได้เกิดจากการนอนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน 1. รับประทานอาหารไม่สมดุล การได้รับโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าและฟื้นตัวได้ช้าลง 2. ดื่มน้ำน้อยเกินไป ภาวะขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้รู้สึกไม่มีแรง ปวดศีรษะ และสมาธิลดลง 3. ความเครียดสะสม ความเครียดต่อเนื่องส่งผลต่อคุณภาพการนอน การทำงานของฮอร์โมน และระดับพลังงานของร่างกาย 4. ออกกำลังกายน้อยเกินไป การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เพิ่มความแข็งแรง และลดความเหนื่อยล้าในระยะยาว 5. ดูแลสุขภาพไม่ต่อเนื่อง การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหากจำเป็นเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้มาตรฐาน สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวมได้ สรุป หากคุณรู้สึกอ่อนเพลียเป็นประจำ แม้พักผ่อนเพียงพอ ควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมด้านโภชนาการ การนอน การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด หากอาการเป็นต่อเนื่องหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาส

อายุเพิ่มขึ้น…สุขภาพเปลี่ยนโดยไม่รู้ตัว เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 35 ปีขึ้นไป ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ เช่น มวลกล้ามเนื้อลดลง การเผาผลาญพลังงานช้าลง การฟื้นตัวหลังทำงานหรือออกกำลังกายใช้เวลานานขึ้น และความสามารถในการรับมือกับความเครียดอาจลดลง การดูแลสุขภาพตั้งแต่ช่วงวัยนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการรักษาโรค แต่เป็นการสร้างพื้นฐานเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ซึ่งเป็นแนวคิดที่เรียกว่า Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ Longevity ไม่ใช่แค่อายุยืน Longevity หมายถึง การมีอายุยืนพร้อมกับการมีสุขภาพแข็งแรง สามารถใช้ชีวิต ทำงาน และทำกิจกรรมที่ชอบได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงการมีอายุยืนแต่ต้องพึ่งพาผู้อื่น เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่ม Healthspan หรือช่วงเวลาที่ร่างกายยังแข็งแรง ให้ยาวนานที่สุด 5 หลักสำคัญของการดูแลสุขภาพระยะยาว 1. รับประทานอาหารที่สมดุล เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช โปรตีนคุณภาพดี และไขมันที่เหมาะสม พร้อมลดอาหารหวาน มัน และเค็ม 2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรมีทั้งการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยรักษาความแข็งแรงของร่างกาย 3. นอนหลับให้เพียง

รู้ไหม? การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากร่างกายขาดสารอาหารสำคัญที่ช่วยดูแลเซลล์และพลังงานในแต่ละวัน Asta Co-Q10 จาก PPC+ ตัวช่วยดูแลสุขภาพสำหรับคนที่ใช้พลังงานเยอะ ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือรู้สึกเหนื่อยล้าง่าย แอสตาแซนธิน 6 mg ช่วยต้านอนุมูลอิสระ Coenzyme Q10 ช่วยสนับสนุนการสร้างพลังงานในเซลล์ เสริมวิตามิน C และ E ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและความอ่อนเยาว์ ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน วันออกกำลังกาย หรือวันพักผ่อน ดูแลตัวเองวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว Asta Co-Q10 30 แคปซูล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางอินบ็อกซ์

CHANGE LANGUAGE
Powered by