PPC-PLUS.com

PPC PLUS แบรนด์อาหารเสริมที่ผลิตโดยโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ภายใต้มาตรฐานคุณภาพที่ตรวจสอบได้

มะเขือเทศสด vs มะเขือเทศปรุงสุก แบบไหนได้ Lycopene ดีกว่า?

หลายคนเชื่อว่า “ผักสดย่อมมีสารอาหารมากกว่าผักที่ผ่านความร้อน”
แต่สำหรับมะเขือเทศ เรื่องนี้มีรายละเอียดที่น่าสนใจ เพราะสารสำคัญอย่าง Lycopene (ไลโคปีน) อาจอยู่ในรูปที่ร่างกายนำไปใช้ได้ดีขึ้นหลังผ่านกระบวนการปรุงอาหาร
ทำไมถึงเป็นเช่นนั้น?
Lycopene คืออะไร?
Lycopene เป็นสารสีแดงตามธรรมชาติในกลุ่ม Carotenoids พบมากในมะเขือเทศ และพบได้ในอาหารสีแดงหรือชมพูบางชนิด เช่น แตงโม ฝรั่งสีชมพู และเกรปฟรุตสีชมพู
Lycopene ได้รับความสนใจในด้านคุณสมบัติการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ จึงเป็นหนึ่งในสารพฤกษเคมีที่มีการศึกษากันอย่างต่อเนื่อง
มะเขือเทศสดมี Lycopene หรือไม่?
มี
การรับประทานมะเขือเทศสดยังให้สารอาหารหลายชนิด รวมถึงวิตามินซี โพแทสเซียม ใยอาหาร และ Lycopene
ดังนั้น ไม่ได้หมายความว่าต้องเลิกรับประทานมะเขือเทศสด
แต่เรื่องที่น่าสนใจคือ Bioavailability หรือความพร้อมที่ร่างกายจะดูดซึมและนำ Lycopene ไปใช้
ทำไมมะเขือเทศปรุงสุกจึงน่าสนใจ?
Lycopene ถูกเก็บอยู่ภายในโครงสร้างของเซลล์มะเขือเทศ
การบดและการให้ความร้อนสามารถช่วยทำลายโครงสร้างของเนื้อเยื่อพืช ทำให้ Lycopene ถูกปลดปล่อยออกมาและอยู่ในรูปที่ร่างกายเข้าถึงได้ง่ายขึ้น
ดังนั้น มะเขือเทศที่ผ่านการปรุง เช่น
• มะเขือเทศผัด
• ซอสมะเขือเทศ
• Tomato Paste
• Tomato Puree
จึงสามารถเป็นแหล่ง Lycopene ที่น่าสนใจได้
แล้วทำไมมักเห็น “มะเขือเทศ + น้ำมันมะกอก”?
เพราะ Lycopene เป็นสารที่ ละลายในไขมัน
การรับประทานมะเขือเทศร่วมกับไขมันในมื้ออาหารจึงสามารถช่วยสนับสนุนการดูดซึม Lycopene ได้
ตัวอย่างง่าย ๆ เช่น
มะเขือเทศปรุงสุก + น้ำมันมะกอกเล็กน้อย
นี่เป็นตัวอย่างที่ดีว่า การได้รับสารอาหารไม่ได้ขึ้นอยู่กับ “ปริมาณที่อยู่ในอาหาร” เพียงอย่างเดียว แต่ต้องพิจารณาว่าร่างกายสามารถดูดซึมสารนั้นได้มากน้อยเพียงใดด้วย
งั้นมะเขือเทศสุกดีกว่ามะเขือเทศสดทุกด้านหรือไม่?
ไม่ใช่
สารอาหารแต่ละชนิดตอบสนองต่อความร้อนไม่เหมือนกัน
ตัวอย่างเช่น วิตามินซีมีความไวต่อความร้อนมากกว่า Lycopene การปรุงอาหารเป็นเวลานานจึงอาจทำให้วิตามินซีบางส่วนลดลง
ดังนั้น วิธีที่ง่ายที่สุดคือ
“กินทั้งสดและปรุงสุก”
มะเขือเทศสดช่วยเพิ่มความหลากหลายของผักในอาหาร ขณะที่มะเขือเทศปรุงสุกเป็นอีกวิธีหนึ่งในการได้รับ Lycopene
Lycopene เกี่ยวอะไรกับ Healthy Aging?
เมื่อพูดถึง Healthy Aging เราไม่ควรมองหาสารอาหารมหัศจรรย์เพียงตัวเดียว
ร่างกายต้องการสารอาหารและสารพฤกษเคมีที่หลากหลายจากอาหารหลายชนิด
Lycopene เป็นเพียงหนึ่งในสารกลุ่ม Carotenoids ขณะที่อาหารสีอื่น ๆ ก็ให้สารที่แตกต่างกัน
หลักง่าย ๆ คือ
Eat the Rainbow — กินผักและผลไม้หลากสี
แดง → Lycopene และสารพฤกษเคมีอื่น
ส้ม/เหลือง → Carotenoids หลายชนิด
เขียว → Chlorophyll, Folate และสารพฤกษเคมี
ม่วง/น้ำเงิน → Anthocyanins
แทนที่จะถามว่า “สารตัวไหนดีที่สุด” การรับประทานอาหารให้หลากหลายมักเป็นแนวทางที่เหมาะสมกว่า
สรุป: สดหรือสุก แบบไหนดีกว่า?
ถ้ามองเฉพาะความพร้อมในการนำ Lycopene ไปใช้ มะเขือเทศที่ผ่านการปรุงมีข้อได้เปรียบที่น่าสนใจ
โดยเฉพาะเมื่อรับประทานร่วมกับไขมันในมื้ออาหารในปริมาณเหมาะสม
แต่ไม่ได้หมายความว่ามะเขือเทศสดไม่มีประโยชน์
ทางเลือกที่ง่ายที่สุดคือรับประทานมะเขือเทศทั้งสองรูปแบบสลับกัน และรับประทานผักผลไม้ชนิดอื่นร่วมด้วย
เพราะ Healthy Aging ไม่ได้เกิดจากอาหารชนิดเดียว แต่เกิดจากพฤติกรรมที่ดีที่เราทำซ้ำทุกวัน
PPC PLUS — ดูแลสุขภาพจากความเข้าใจ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว

อายุ 40+ ทำไม CoQ10 ในร่างกายจึงลดลง? จำเป็นต้องกินเสริมหรือไม่? เมื่ออายุเพิ่มขึ้น หลายคนเริ่มให้ความสนใจเรื่องสุขภาพมากขึ้น โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัย 40–50 ปี หนึ่งในสารที่มักถูกพูดถึงคือ Coenzyme Q10 หรือ CoQ10 เพราะ CoQ10 มีบทบาทสำคัญในกระบวนการสร้างพลังงานของเซลล์ แต่คำถามคือ… CoQ10 ในร่างกายลดลงตามอายุจริงไหม? และถ้าอายุเกิน 40 ปี จำเป็นต้องกิน CoQ10 Supplement หรือไม่? 1. CoQ10 คืออะไร? Coenzyme Q10 หรือ CoQ10 เป็นสารที่ร่างกายสามารถสังเคราะห์ขึ้นได้เอง พบได้ในเซลล์ทั่วร่างกาย โดยเฉพาะเนื้อเยื่อที่มีความต้องการพลังงานสูง CoQ10 มีบทบาทสำคัญใน Mitochondria ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของเซลล์ที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานในรูป ATP ATP หรือ Adenosine Triphosphate เป็นโมเลกุลที่เซลล์ใช้เป็นแหล่งพลังงาน CoQ10 ทำหน้าที่เกี่ยวข้องกับการถ่ายทอดอิเล็กตรอนใน Electron Transport Chain ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการสร้าง ATP 2. CoQ10 ลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้นจริงไหม? มีงานวิจัยพบว่าปริมาณ CoQ10 ในเนื้อเยื่อบางชนิดเปลี่ยนแปลงและอาจลดลงเมื่ออายุเพิ่มขึ้น อย่างไรก็ตาม การเปลี่ยนแปลงไม่ได้เหมือนกันใ

อายุ 40+ ทำไมกลิ่นตัวถึงเปลี่ยน? รู้จัก 2-Nonenal และกลิ่นตามวัย   เคยสังเกตไหมว่า…   บางคนอาบน้ำเป็นประจำ รักษาความสะอาดอย่างดี แต่กลับรู้สึกว่ากลิ่นตัวเปลี่ยนไปเมื่ออายุมากขึ้น   โดยเฉพาะเมื่อเข้าสู่วัย 40–50 ปี   เรื่องนี้อาจไม่ได้เกิดจากเหงื่อหรือสุขอนามัยเพียงอย่างเดียว   เพราะองค์ประกอบของสารระเหยบนผิวหนังสามารถเปลี่ยนแปลงตามวัยได้   หนึ่งในสารที่นักวิทยาศาสตร์ให้ความสนใจคือ   2-NONENAL     1. 2-Nonenal คืออะไร?   2-Nonenal เป็นสารประกอบในกลุ่ม Aldehydes   มีสูตรโมเลกุล C9H16O   เป็นสารระเหยที่สามารถเกิดขึ้นจากกระบวนการ Oxidation ของไขมันบางชนิด   งานวิจัยพบความสัมพันธ์ระหว่างอายุที่เพิ่มขึ้นกับการเปลี่ยนแปลงของสารระเหยบนผิวหนัง รวมถึง 2-Nonenal   สารชนิดนี้มักถูกอธิบายว่ามีกลิ่นลักษณะคล้ายไขมันเก่า หรือกลิ่นหญ้า   อย่างไรก็ตาม กลิ่นตัวของมนุษย์มีความซับซ้อน และไม่ได้เกิดจาก 2-Nonenal เพียงชนิดเดียว     2. ทำไมอายุมากขึ้น กลิ่นตัวจึงอาจเปลี่ยนไป?   เมื่ออายุเพิ่มขึ้น ร่างกายมีการเปลี่ย

Glutathione กินตอนไหนดีที่สุด? ก่อนอาหารหรือหลังอาหาร แบบไหนเหมาะกว่า? Glutathione เป็นหนึ่งในสารที่ได้รับความสนใจในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร โดยเฉพาะกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับ Antioxidant และการดูแลสุขภาพผิว แต่คำถามที่หลายคนสงสัยคือ “Glutathione ควรกินตอนไหน?” ก่อนอาหาร? หลังอาหาร? ตอนเช้า? หรือก่อนนอน? วันนี้ PPC PLUS จะพาไปทำความเข้าใจว่า เวลาในการรับประทาน Glutathione มีความสำคัญอย่างไร และควรพิจารณาอะไรบ้าง 1. Glutathione คืออะไร? Glutathione เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นได้เอง ประกอบด้วยกรดอะมิโน 3 ชนิด ได้แก่ • Glutamic Acid • Cysteine • Glycine Glutathione มีบทบาทสำคัญในระบบ Antioxidant และกระบวนการ Oxidation-Reduction ภายในเซลล์ รูปแบบที่พบได้บ่อยในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารคือ Reduced Glutathione หรือ GSH 2. Glutathione กินตอนเช้าหรือก่อนนอนดีกว่า? ปัจจุบันยังไม่มีหลักฐานทางคลินิกที่ชัดเจนเพียงพอว่าการรับประทาน Glutathione ตอนเช้าดีกว่าก่อนนอนสำหรับทุกคน การเลือกเวลารับประทานจึงควรพิจารณาจาก • คำแนะนำบนฉลากผลิตภัณฑ์ • รูปแบบของ Glutathione • ส่วนประกอบอื่นในสูตร • ความสะดวกในการรั

Buffered Vitamin C คืออะไร? ต่างจาก Ascorbic Acid อย่างไร และจำเป็นต้องเลือกแบบ Buffered ไหม?   เวลาเลือก Vitamin C เรามักเจอชื่อหลายแบบ   Vitamin C Ascorbic Acid Calcium Ascorbate Sodium Ascorbate Buffered Vitamin C   จนหลายคนสงสัยว่า…   ทั้งหมดคือ Vitamin C เหมือนกันไหม?   แล้วคำว่า   “BUFFERED”   หมายความว่าอะไร?   ที่สำคัญ…   Buffered Vitamin C ดูดซึมดีกว่า Vitamin C ธรรมดาจริงหรือ?     Ascorbic Acid คืออะไร?   Ascorbic Acid คือ Vitamin C รูปแบบหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร   Vitamin C เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ และเป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้   จึงต้องได้รับจากอาหาร   Vitamin C มีบทบาทหลายด้าน เช่น   • มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน • มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนตามปกติ • มีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน • ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก     แล้ว Buffered Vitamin C คืออะไร?   คำว่า Buffered Vitamin C มักใช้กับ Vitamin

CHANGE LANGUAGE
Powered by