Buffered Vitamin C คืออะไร? ต่างจาก Ascorbic Acid อย่างไร และจำเป็นต้องเลือกแบบ Buffered ไหม?
เวลาเลือก Vitamin C เรามักเจอชื่อหลายแบบ
Vitamin C
Ascorbic Acid
Calcium Ascorbate
Sodium Ascorbate
Buffered Vitamin C
จนหลายคนสงสัยว่า…
ทั้งหมดคือ Vitamin C เหมือนกันไหม?
แล้วคำว่า
“BUFFERED”
หมายความว่าอะไร?
ที่สำคัญ…
Buffered Vitamin C ดูดซึมดีกว่า Vitamin C ธรรมดาจริงหรือ?
Ascorbic Acid คืออะไร?
Ascorbic Acid คือ Vitamin C รูปแบบหนึ่งที่พบได้ทั่วไปในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร
Vitamin C เป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ และเป็นสารอาหารจำเป็นที่ร่างกายมนุษย์ไม่สามารถสร้างเองได้
จึงต้องได้รับจากอาหาร
Vitamin C มีบทบาทหลายด้าน เช่น
• มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน
• มีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจนตามปกติ
• มีส่วนช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน
• ช่วยเพิ่มการดูดซึมธาตุเหล็ก
แล้ว Buffered Vitamin C คืออะไร?
คำว่า Buffered Vitamin C มักใช้กับ Vitamin C ที่อยู่ในรูป Mineral Ascorbate
ตัวอย่างเช่น
Calcium Ascorbate
Sodium Ascorbate
ซึ่งเกิดจาก Ascorbic Acid ที่อยู่ในรูปเกลือร่วมกับแร่ธาตุ
จุดที่แตกต่างจาก Ascorbic Acid คือเรื่องความเป็นกรดของรูปแบบผลิตภัณฑ์
Calcium Ascorbate คือ Vitamin C หรือ Calcium?
คำตอบคือ…
“มีทั้งสองส่วน”
Calcium Ascorbate เป็นเกลือของ Ascorbic Acid กับ Calcium
ดังนั้นเวลามองฉลาก อย่าเห็นว่า
Calcium Ascorbate 1,000 mg
แล้วสรุปว่า
Vitamin C = 1,000 mg
ทันที
เพราะน้ำหนักของ Calcium Ascorbate
ไม่ได้เท่ากับน้ำหนักของ Vitamin C เพียงอย่างเดียว
นี่คือหลักเดียวกับที่เราเคยคุยเรื่อง Tomato Extract และ Lycopene
น้ำหนักวัตถุดิบ
≠
น้ำหนักสารสำคัญเสมอไป
Buffered = ดูดซึมดีกว่าหรือไม่?
นี่เป็นจุดที่มักถูกทำให้เข้าใจผิด
คำว่า
“Buffered”
ไม่ได้แปลโดยอัตโนมัติว่า
“ดูดซึมดีกว่า”
และไม่ได้หมายความว่า
“Vitamin C เข้าสู่ร่างกายได้มากกว่าเป็นสองเท่า”
Buffered เป็นเรื่องของรูปแบบทางเคมีและความเป็นกรด
ส่วน
Bioavailability
เป็นอีกเรื่องหนึ่ง
ดังนั้นไม่ควรนำสองคำนี้มาใช้แทนกัน
แล้ว Buffered Vitamin C อ่อนโยนต่อกระเพาะกว่าหรือไม่?
เนื่องจาก Mineral Ascorbate มีความเป็นกรดแตกต่างจาก Ascorbic Acid จึงเป็นเหตุผลที่ผลิตภัณฑ์กลุ่มนี้มักถูกนำเสนอในด้านความเป็นกรดที่ลดลง
แต่ความรู้สึกสบายท้องของแต่ละคนแตกต่างกัน
จึงไม่ควรสรุปว่า
“ทุกคนกิน Buffered แล้วไม่ระคายท้อง”
หรือ
“Ascorbic Acid ทำร้ายกระเพาะ”
Vitamin C แบบไหนดีที่สุด?
ไม่มีคำตอบเดียวสำหรับทุกคน
ก่อนเลือก ลองดู 5 เรื่อง
1. รูปแบบของ Vitamin C
Ascorbic Acid?
Calcium Ascorbate?
หรือ Sodium Ascorbate?
2. Vitamin C จริงกี่ mg?
อย่าดูเพียงน้ำหนักวัตถุดิบ
3. หนึ่ง Serving เท่าไร?
หนึ่งเม็ดกับหนึ่ง Serving อาจไม่เท่ากัน
4. มีแร่ธาตุอะไรติดมากับสูตร?
เช่น Calcium หรือ Sodium
โดยเฉพาะคนที่ต้องควบคุมสารอาหารบางชนิด ควรอ่านฉลากทั้งหมด
5. เราต้องการ Vitamin C เท่าไร?
ตัวเลขสูงกว่า
ไม่ได้หมายความว่า
เหมาะกว่าสำหรับทุกคน
Vitamin C 1,000 mg ดีกว่า 500 mg ไหม?
ไม่สามารถตัดสินจากตัวเลขเพียงอย่างเดียว
เมื่อขนาดรับประทาน Vitamin C เพิ่มขึ้น การดูดซึมไม่ได้เพิ่มขึ้นเป็นสัดส่วนตรงแบบไม่จำกัด
ดังนั้น…
1,000 mg
ไม่ได้หมายความว่า
ร่างกายจะได้รับประโยชน์เป็น 2 เท่าของ 500 mg
FAQ
Buffered Vitamin C คืออะไร?
โดยทั่วไปหมายถึง Vitamin C ในรูป Mineral Ascorbate เช่น Calcium Ascorbate หรือ Sodium Ascorbate ซึ่งมีคุณสมบัติด้านความเป็นกรดแตกต่างจาก Ascorbic Acid
Calcium Ascorbate กับ Ascorbic Acid ต่างกันอย่างไร?
ทั้งสองเป็นแหล่งของ Vitamin C แต่มีรูปแบบทางเคมีแตกต่างกัน Calcium Ascorbate มี Calcium เป็นส่วนประกอบของเกลือด้วย
Buffered Vitamin C ดูดซึมดีกว่าหรือไม่?
ไม่ควรสรุปจากคำว่า Buffered เพียงอย่างเดียวว่า Bioavailability ดีกว่า การดูดซึมขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย
Calcium Ascorbate 1,000 mg เท่ากับ Vitamin C 1,000 mg ไหม?
ไม่ควรถือว่าเท่ากันโดยอัตโนมัติ ต้องดู Specification ของวัตถุดิบหรือปริมาณ Vitamin C ที่ระบุบนฉลาก
Buffered Vitamin C ดีกว่า Vitamin C ธรรมดาไหม?
คำว่า “ดีกว่า” ขึ้นอยู่กับสิ่งที่ต้องการ รูปแบบ ปริมาณ สูตรทั้งหมด และความเหมาะสมของแต่ละบุคคล
สรุป
จำง่าย ๆ วันนี้
ASCORBIC ACID
= Vitamin C รูปกรด
MINERAL ASCORBATE
= Vitamin C ในรูปเกลือร่วมกับแร่ธาตุ
และ
BUFFERED
≠
ดูดซึมดีกว่าโดยอัตโนมัติ
ดังนั้นก่อนซื้อ Vitamin C
อย่าดูแค่คำว่า
“BUFFERED”
“PREMIUM”
หรือ
“1,000 mg”
ลองพลิกฉลากแล้วถามว่า…
Vitamin C รูปแบบไหน?
Vitamin C จริงกี่ mg?
มีแร่ธาตุอะไรอยู่ด้วย?
หนึ่ง Serving เท่าไร?
เพราะการเลือกอาหารเสริมที่ดี
เริ่มจากการ “อ่านฉลากให้เข้าใจ”
PPC PLUS
Better Ingredients. Better You.
เข้าใจวัตถุดิบ ก่อนเลือกสิ่งที่รับประทานทุกวัน
หมายเหตุ:
ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารไม่มีผลในการป้องกันหรือรักษาโรค ควรกินอาหารหลากหลายครบ 5 หมู่ ในสัดส่วนที่เหมาะสมเป็นประจำ













