PPC-PLUS.com

PPC PLUS แบรนด์อาหารเสริมที่ผลิตโดยโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ภายใต้มาตรฐานคุณภาพที่ตรวจสอบได้

PPC-PLUS.com

PPC PLUS แบรนด์อาหารเสริมที่ผลิตโดยโรงงานผู้ผลิตโดยตรง ภายใต้มาตรฐานคุณภาพที่ตรวจสอบได้

บทความความรู้

มะเขือเทศเป็นอาหารที่เราคุ้นเคยกันดี แต่สีแดงของมะเขือเทศมีสารธรรมชาติที่น่าสนใจซ่อนอยู่ นั่นคือ Lycopene (ไลโคปีน) Lycopene จึงกลายเป็นหนึ่งในสารที่ได้รับความสนใจทั้งในด้านโภชนาการ สารต้านอนุมูลอิสระ และการดูแลสุขภาพระยะยาว Lycopene คืออะไร? Lycopene เป็นสารสีธรรมชาติในกลุ่ม Carotenoids ที่ทำให้ผักและผลไม้บางชนิดมีสีแดงหรือสีชมพู แหล่งที่คนส่วนใหญ่รู้จักดีที่สุดคือ “มะเขือเทศ” แต่ยังพบได้ในอาหารอื่น เช่น • แตงโม • ฝรั่งสีชมพู • เกรปฟรุตสีชมพู Lycopene ไม่ใช่วิตามิน แต่เป็นสารพฤกษเคมี (Phytonutrient) ที่ได้รับความสนใจจากคุณสมบัติในการเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ Antioxidant สำคัญอย่างไร? ร่างกายของเรามีกระบวนการที่ทำให้เกิดอนุมูลอิสระอยู่ตลอดเวลา ขณะเดียวกัน พฤติกรรมและสิ่งแวดล้อม เช่น แสงแดด มลภาวะ ควันบุหรี่ ความเครียด การพักผ่อนไม่เพียงพอ ก็สามารถเกี่ยวข้องกับภาวะ Oxidative Stress ได้เช่นกัน ร่างกายจึงมีระบบสารต้านอนุมูลอิสระของตัวเอง และเรายังได้รับสารต้านอนุมูลอิสระหลากหลายชนิดจากอาหารอีกด้วย มะเขือเทศสดกับมะเขือเทศปรุงสุก แบบไหนได้ Lycopene ดีกว่า? เรื่องนี้น่าสนใจมาก ต่างจากสารอาหารบา

เมื่อพูดถึงสารอาหารสำหรับคนวัย 40+ หนึ่งในชื่อที่พบได้บ่อยคือ Coenzyme Q10 หรือ CoQ10 หลายคนจึงสงสัยว่า CoQ10 คืออะไร? ต้องรอให้อายุมากก่อนหรือไม่จึงค่อยรับประทาน? และทำไมจึงถูกพูดถึงบ่อยในเรื่อง Healthy Aging? มาทำความเข้าใจกันแบบง่าย ๆ CoQ10 คืออะไร? Coenzyme Q10 เป็นสารที่ร่างกายสามารถสร้างขึ้นเองตามธรรมชาติ และพบอยู่ในเซลล์ทั่วร่างกาย บทบาทสำคัญอย่างหนึ่งของ CoQ10 เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานภายใน Mitochondria Mitochondria เปรียบได้กับ “โรงงานผลิตพลังงานของเซลล์” เพราะเป็นบริเวณสำคัญที่ร่างกายเปลี่ยนสารอาหารให้กลายเป็นพลังงานที่เซลล์นำไปใช้ CoQ10 จึงไม่ได้เป็นเพียงสารที่พบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร แต่เป็นสารที่มีอยู่ในร่างกายของเราอยู่แล้ว แล้วทำไม CoQ10 จึงถูกพูดถึงในวัย 40+? ปริมาณ CoQ10 ในร่างกายไม่ได้คงที่ตลอดชีวิต และอาจเปลี่ยนแปลงตามอายุและปัจจัยต่าง ๆ นี่เป็นหนึ่งในเหตุผลที่ CoQ10 ได้รับความสนใจในกลุ่มคนวัยกลางคนและผู้ที่ศึกษาเรื่อง Healthy Aging และ Longevity อย่างไรก็ตาม ไม่ได้หมายความว่าทุกคนที่อายุ 40 ปีขึ้นไปจำเป็นต้องรับประทานผลิตภัณฑ์เสริมอาหาร CoQ10 ควรพิจารณาจากอา

เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 40 ปีขึ้นไป หลายคนเริ่มให้ความสำคัญกับการดูแลสุขภาพในระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นเรื่องพลังงานในการใช้ชีวิต ผิวพรรณ การออกกำลังกาย หรือการดูแลร่างกายจากความเครียดออกซิเดชัน   สองสารที่ถูกพูดถึงบ่อยในกลุ่ม Healthy Aging คือ Astaxanthin และ Coenzyme Q10 (CoQ10)   แต่สองตัวนี้เหมือนหรือต่างกันอย่างไร?   Astaxanthin คืออะไร?   Astaxanthin เป็นสารในกลุ่มแคโรทีนอยด์ พบตามธรรมชาติในสิ่งมีชีวิตหลายชนิด เช่น สาหร่ายขนาดเล็ก รวมถึงสัตว์น้ำบางชนิดที่ได้รับสารนี้ผ่านห่วงโซ่อาหาร   จุดที่ทำให้ Astaxanthin ได้รับความสนใจอย่างมากคือคุณสมบัติด้านการต้านอนุมูลอิสระ   อนุมูลอิสระเกิดขึ้นได้ตามธรรมชาติจากกระบวนการต่าง ๆ ภายในร่างกาย และยังได้รับอิทธิพลจากปัจจัยภายนอก เช่น มลภาวะ แสงแดด การสูบบุหรี่ และพฤติกรรมการใช้ชีวิต   CoQ10 คืออะไร?   Coenzyme Q10 หรือ CoQ10 เป็นสารที่พบตามธรรมชาติภายในร่างกาย โดยพบมากในบริเวณที่เกี่ยวข้องกับการสร้างพลังงานของเซลล์   หนึ่งในบทบาทสำคัญของ CoQ10 เกี่ยวข้องกับกระบวนการสร้างพลังงานภายใน Mitochondria   Mitoch

พูดถึง “โปรตีน” หลายคนยังนึกถึงนักกีฬา คนเข้าฟิตเนส หรือคนที่ต้องการสร้างกล้ามเนื้อ แต่จริง ๆ แล้ว เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 40 ปีขึ้นไป การได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอกลับยิ่งมีความสำคัญ เพราะร่างกายมีแนวโน้มสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามอายุ และนี่เป็นหนึ่งในเรื่องสำคัญของ Healthy Aging ที่หลายคนมองข้าม ทำไมอายุมากขึ้น กล้ามเนื้อจึงสำคัญ? กล้ามเนื้อไม่ได้มีไว้เพื่อความสวยงามเท่านั้น กล้ามเนื้อมีส่วนสำคัญต่อการเคลื่อนไหว การทรงตัว ความแข็งแรง และการทำกิจกรรมต่าง ๆ ในชีวิตประจำวัน เมื่ออายุมากขึ้น หากมวลกล้ามเนื้อลดลงอย่างต่อเนื่อง อาจเริ่มสังเกตได้จาก • รู้สึกว่าแรงน้อยลง • เดินขึ้นบันไดเหนื่อยกว่าเดิม • ยกของหนักได้ยากขึ้น • ฟื้นตัวหลังออกกำลังกายช้าลง • ทำกิจกรรมต่าง ๆ ได้ไม่คล่องตัวเหมือนเดิม ดังนั้น เป้าหมายของคนวัย 40+ ไม่ควรมีเพียง “ลดน้ำหนัก” แต่ควรให้ความสำคัญกับการรักษามวลกล้ามเนื้อด้วย โปรตีนเกี่ยวข้องกับกล้ามเนื้ออย่างไร? โปรตีนประกอบด้วยกรดอะมิโน ซึ่งร่างกายนำไปใช้ในการสร้างและซ่อมแซมเนื้อเยื่อต่าง ๆ รวมถึงกล้ามเนื้อ การได้รับโปรตีนอย่างเพียงพอควบคู่กับการออกกำลังกาย โดยเฉพาะ Resistance T

เมื่อเลือกซื้อวิตามินซี หลายคนมักเริ่มจากการดูตัวเลขบนฉลาก เช่น 500 mg หรือ 1,000 mg และอาจเข้าใจว่า “ยิ่งปริมาณสูง ยิ่งดีกว่า” แต่จริง ๆ แล้ว การเลือกวิตามินซีไม่ควรพิจารณาเฉพาะจำนวนมิลลิกรัมเท่านั้น เพราะความต้องการวิตามินซีของแต่ละคนแตกต่างกัน และร่างกายมีข้อจำกัดในการดูดซึมและจัดการวิตามินซีที่ได้รับ วิตามินซี 500 mg กับ 1,000 mg ต่างกันตรงไหน? ความแตกต่างที่เห็นได้ชัดที่สุดคือปริมาณวิตามินซีต่อหนึ่งหน่วยบริโภค วิตามินซี 1,000 mg ให้ปริมาณต่อครั้งมากกว่า 500 mg ถึง 2 เท่า แต่ไม่ได้หมายความว่าร่างกายจะนำวิตามินซีที่เพิ่มขึ้นทั้งหมดไปใช้ได้มากขึ้นในสัดส่วนเดียวกัน วิตามินซีเป็นวิตามินที่ละลายในน้ำ เมื่อได้รับมากเกินความต้องการ ส่วนเกินสามารถถูกขับออกทางปัสสาวะได้ แล้วร่างกายต้องการวิตามินซีวันละเท่าไร? ความต้องการพื้นฐานของร่างกายจริง ๆ ต่ำกว่าปริมาณที่พบในผลิตภัณฑ์เสริมอาหารหลายชนิดมาก ความต้องการแตกต่างกันตามเพศ อายุ พฤติกรรมการใช้ชีวิต การสูบบุหรี่ อาหารที่รับประทาน และภาวะสุขภาพของแต่ละบุคคล ดังนั้น การรับประทานวิตามินซีปริมาณสูงไม่ได้หมายความว่าจะเหมาะสมกว่าสำหรับทุก

เมื่อเข้าสู่ช่วงฤดูฝน หลายคนสังเกตว่าคนรอบตัวเริ่มมีอาการไอ เจ็บคอ น้ำมูก หรือเป็นไข้บ่อยขึ้น สภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลง ประกอบกับการอยู่ในพื้นที่ปิดและมีผู้คนหนาแน่น อาจเพิ่มโอกาสในการแพร่กระจายของโรคทางเดินหายใจได้ แม้จะหลีกเลี่ยงการสัมผัสเชื้อโรคได้ยาก แต่เราสามารถดูแลร่างกายให้พร้อมรับมือได้ในทุกวัน 5 วิธีดูแลภูมิคุ้มกันในช่วงหน้าฝน 1. รับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ เน้นผัก ผลไม้ และโปรตีนคุณภาพดี เพื่อให้ร่างกายได้รับสารอาหารที่จำเป็น 2. พักผ่อนให้เพียงพอ ผู้ใหญ่ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน เพราะการนอนหลับมีส่วนสำคัญต่อการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน 3. ออกกำลังกายเป็นประจำ การเคลื่อนไหวร่างกายอย่างสม่ำเสมอช่วยส่งเสริมสุขภาพโดยรวม แม้ในวันที่ฝนตกก็สามารถออกกำลังกายในบ้านได้ 4. ดูแลสุขอนามัย ล้างมือบ่อย ๆ หลีกเลี่ยงการสัมผัสใบหน้า และสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในสถานที่แออัดหรือเมื่อมีอาการป่วย 5. ได้รับวิตามินซีอย่างเพียงพอ วิตามินซีมีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และยังช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน หากรับประทานผักและผลไม้ไม่เพียงพอ อาจพิจารณาผลิตภัณฑ์เสริมอาหารวิตามิ

ในช่วงที่มีการระบาดของโรคทางเดินหายใจ หลายคนเริ่มกลับมาใส่ใจสุขภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นไข้หวัด ไข้หวัดใหญ่ หรือ COVID-19 สิ่งสำคัญคือการเตรียมร่างกายให้พร้อมอยู่เสมอ แม้อาหารเสริมจะไม่สามารถป้องกันหรือรักษาโรคได้ แต่การได้รับสารอาหารที่เพียงพอ โดยเฉพาะ วิตามินซี เป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพในชีวิตประจำวัน วิตามินซีมีบทบาทอย่างไร? วิตามินซีเป็นสารอาหารที่มีส่วนช่วยในการทำงานตามปกติของระบบภูมิคุ้มกัน และยังมีส่วนช่วยในการสร้างคอลลาเจน ซึ่งสำคัญต่อการทำงานตามปกติของผิวหนัง หลอดเลือด กระดูก และเหงือก นอกจากนี้ วิตามินซียังทำหน้าที่เป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยปกป้องเซลล์จากความเครียดออกซิเดชัน ใครบ้างที่ควรใส่ใจการได้รับวิตามินซี? ผู้ที่ทำงานพบผู้คนจำนวนมาก ผู้ที่พักผ่อนน้อยหรือทำงานหนัก ผู้สูงอายุ ผู้ที่ออกกำลังกายเป็นประจำ ผู้ที่รับประทานผักและผลไม้น้อย ดูแลภูมิคุ้มกันให้ครบ ไม่ใช่แค่วิตามินซี การมีภูมิคุ้มกันที่ดีเกิดจากหลายปัจจัยร่วมกัน ได้แก่ รับประทานอาหารครบ 5 หมู่ รับประทานผักและผลไม้เป็นประจำ นอนหลับ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ล้างมือและสวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่เสี่

หลายคนคิดว่า “การอักเสบ” เกิดขึ้นเฉพาะเวลามีแผลหรือเจ็บป่วย แต่จริง ๆ แล้ว ร่างกายอาจมี การอักเสบระดับต่ำเรื้อรัง (Chronic Low-Grade Inflammation) ซึ่งไม่แสดงอาการชัดเจน และเป็นหนึ่งในปัจจัยที่เกี่ยวข้องกับการเสื่อมของร่างกายตามวัย การอักเสบในลักษณะนี้อาจได้รับอิทธิพลจากหลายปัจจัย เช่น การพักผ่อนไม่เพียงพอ ความเครียด การสูบบุหรี่ การรับประทานอาหารที่ไม่สมดุล และการไม่ออกกำลังกาย สัญญาณที่อาจพบได้ แม้อาการจะไม่เฉพาะเจาะจง แต่บางคนอาจพบว่า รู้สึกอ่อนเพลียบ่อย ฟื้นตัวหลังออกกำลังกายช้าลง ปวดเมื่อยเป็นประจำ นอนหลับไม่เต็มอิ่ม น้ำหนักเพิ่มง่าย โดยเฉพาะรอบเอว อาการเหล่านี้อาจเกิดได้จากหลายสาเหตุ หากเป็นต่อเนื่องควรปรึกษาแพทย์เพื่อประเมินอย่างเหมาะสม 5 วิธีช่วยลดปัจจัยที่กระตุ้นการอักเสบ 1. รับประทานอาหารที่หลากหลาย เพิ่มผัก ผลไม้ ธัญพืชไม่ขัดสี ปลา และไขมันดี พร้อมลดอาหารหวานและอาหารแปรรูป 2. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ ช่วยคงไว้ซึ่งมวลกล้ามเนื้อและสนับสนุนการฟื้นตัวของร่างกาย 3. เคลื่อนไหวร่างกายทุกวัน การเดินเร็ว ปั่นจักรยาน หรือออกกำลังกายแบบแรงต้านเป็นประจำ ช่วยส่งเสริมสุขภาพโด

เคยสังเกตไหมว่า เมื่ออายุ 20–30 ปี การนอนเต็มอิ่มเพียงคืนเดียวก็ช่วยให้ร่างกายกลับมาสดชื่น แต่เมื่ออายุ 40 ปีขึ้นไป การฟื้นตัวหลังทำงานหนัก ออกกำลังกาย หรืออดนอนกลับใช้เวลานานกว่าเดิม การเปลี่ยนแปลงนี้เป็นส่วนหนึ่งของกระบวนการตามวัย ซึ่งสามารถดูแลได้ด้วยการใช้ชีวิตที่เหมาะสม ทำไมร่างกายจึงฟื้นตัวช้าลง? เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายมีการเปลี่ยนแปลงหลายด้าน เช่น การสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อช้าลง มวลกล้ามเนื้อลดลงตามวัย คุณภาพการนอนอาจลดลง การตอบสนองต่อความเครียดเปลี่ยนแปลงไป การเผาผลาญพลังงานลดลง 5 วิธีช่วยให้ร่างกายฟื้นตัวได้ดีขึ้น 1. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ช่วยซ่อมแซมและคงไว้ซึ่งมวลกล้ามเนื้อ 2. นอนหลับอย่างมีคุณภาพ ผู้ใหญ่ส่วนใหญ่ควรนอนประมาณ 7–9 ชั่วโมงต่อคืน และพยายามเข้านอนเป็นเวลา 3. ออกกำลังกายสม่ำเสมอ ทั้งการเดินเร็ว เวทเทรนนิง และการยืดเหยียด ล้วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและฟื้นตัวได้ดี 4. รับประทานผักและผลไม้หลากสี ช่วยให้ร่างกายได้รับวิตามิน แร่ธาตุ และสารพฤกษเคมีที่หลากหลาย 5. ดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การเลือกรับประทานอาหารที่สมดุล ออกกำลังกาย และหากจำเป็

โปรตีนเป็นสารอาหารสำคัญที่ร่างกายใช้ในการสร้างและซ่อมแซมกล้ามเนื้อ รวมถึงมีบทบาทต่อเอนไซม์ ฮอร์โมน และระบบภูมิคุ้มกัน แต่หลายคน โดยเฉพาะวัยทำงานและผู้สูงอายุ มักได้รับโปรตีนน้อยกว่าที่ร่างกายต้องการ ทำไมโปรตีนจึงสำคัญ? โปรตีนมีส่วนช่วยในการ เสริมสร้างและคงสภาพมวลกล้ามเนื้อ ซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอของร่างกาย ช่วยให้อิ่มนาน ลดการรับประทานจุบจิบ สนับสนุนการทำงานของระบบภูมิคุ้มกัน ควรได้รับโปรตีนวันละเท่าไร? ความต้องการโปรตีนแตกต่างกันตามอายุ น้ำหนักตัว และระดับกิจกรรม โดยทั่วไป ผู้ใหญ่ที่มีสุขภาพดีควรได้รับโปรตีนประมาณ 0.8 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัมต่อวัน ส่วนผู้ที่ออกกำลังกายหรือผู้สูงอายุอาจมีความต้องการมากกว่านี้ตามคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญ ตัวอย่าง น้ำหนัก 50 กก. → ประมาณ 40 กรัม/วัน น้ำหนัก 60 กก. → ประมาณ 48 กรัม/วัน น้ำหนัก 70 กก. → ประมาณ 56 กรัม/วัน โปรตีนจากอาหารมีอะไรบ้าง? ปลา ไข่ อกไก่ นมและผลิตภัณฑ์จากนม ถั่วและธัญพืช ผลิตภัณฑ์โปรตีนเสริมที่ได้มาตรฐาน (เมื่อรับประทานอาหารไม่เพียงพอ) โปรตีนมากเกินไปดีหรือไม่? การรับประทานโปรตีนควรอยู่ในปริมาณที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล การรับประทานมากเ

หลายคนเมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 40 ปีขึ้นไป มักให้ความสำคัญกับตัวเลขบนเครื่องชั่งน้ำหนัก แต่ในความเป็นจริง สิ่งที่ควรใส่ใจมากกว่าคือน้ำหนักของ “มวลกล้ามเนื้อ” เมื่ออายุมากขึ้น ร่างกายจะสูญเสียมวลกล้ามเนื้อตามธรรมชาติ หากไม่ได้ออกกำลังกายหรือได้รับโปรตีนเพียงพอ การสูญเสียนี้อาจเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้ร่างกายอ่อนแรง เหนื่อยง่าย และการเผาผลาญพลังงานลดลง มวลกล้ามเนื้อสำคัญอย่างไร ช่วยให้เผาผลาญพลังงานได้ดี เพิ่มความแข็งแรงและความคล่องตัว ลดความเสี่ยงของการหกล้มเมื่ออายุมากขึ้น ช่วยควบคุมระดับน้ำตาลในเลือด สนับสนุนการใช้ชีวิตประจำวันให้มีคุณภาพ วิธีดูแลมวลกล้ามเนื้อ 1. รับประทานโปรตีนให้เพียงพอ เลือกโปรตีนคุณภาพดีให้เหมาะกับความต้องการของร่างกาย และกระจายการรับประทานในแต่ละมื้อ 2. ออกกำลังกายแบบแรงต้าน การฝึกด้วยน้ำหนักตัว ยางยืด หรือเวทเทรนนิง ช่วยกระตุ้นการสร้างกล้ามเนื้อได้ดี 3. นอนหลับให้เพียงพอ การซ่อมแซมและฟื้นฟูกล้ามเนื้อเกิดขึ้นระหว่างการนอนหลับ 4. ดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง การรับประทานอาหารครบ 5 หมู่ ออกกำลังกาย และหากจำเป็น เลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้มาตรฐาน สามารถ

หลายคนรู้สึกเหนื่อยล้า อ่อนเพลีย หรือไม่มีแรง แม้จะนอนครบ 7–8 ชั่วโมง สาเหตุอาจไม่ได้เกิดจากการนอนเพียงอย่างเดียว แต่เป็นผลจากพฤติกรรมการใช้ชีวิตและการดูแลสุขภาพในแต่ละวัน 1. รับประทานอาหารไม่สมดุล การได้รับโปรตีน วิตามิน และแร่ธาตุไม่เพียงพอ อาจส่งผลให้ร่างกายรู้สึกอ่อนล้าและฟื้นตัวได้ช้าลง 2. ดื่มน้ำน้อยเกินไป ภาวะขาดน้ำเพียงเล็กน้อยก็อาจทำให้รู้สึกไม่มีแรง ปวดศีรษะ และสมาธิลดลง 3. ความเครียดสะสม ความเครียดต่อเนื่องส่งผลต่อคุณภาพการนอน การทำงานของฮอร์โมน และระดับพลังงานของร่างกาย 4. ออกกำลังกายน้อยเกินไป การเคลื่อนไหวร่างกายเป็นประจำช่วยกระตุ้นการไหลเวียนโลหิต เพิ่มความแข็งแรง และลดความเหนื่อยล้าในระยะยาว 5. ดูแลสุขภาพไม่ต่อเนื่อง การเลือกรับประทานอาหารที่หลากหลาย นอนหลับให้เพียงพอ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ และหากจำเป็นเลือกผลิตภัณฑ์เสริมอาหารที่ได้มาตรฐาน สามารถเป็นส่วนหนึ่งของการดูแลสุขภาพโดยรวมได้ สรุป หากคุณรู้สึกอ่อนเพลียเป็นประจำ แม้พักผ่อนเพียงพอ ควรเริ่มจากการปรับพฤติกรรมด้านโภชนาการ การนอน การออกกำลังกาย และการจัดการความเครียด หากอาการเป็นต่อเนื่องหรือรุนแรง ควรปรึกษาแพทย์เพื่อหาส

อายุเพิ่มขึ้น…สุขภาพเปลี่ยนโดยไม่รู้ตัว เมื่ออายุเข้าสู่ช่วง 35 ปีขึ้นไป ร่างกายจะเริ่มมีการเปลี่ยนแปลงตามธรรมชาติ เช่น มวลกล้ามเนื้อลดลง การเผาผลาญพลังงานช้าลง การฟื้นตัวหลังทำงานหรือออกกำลังกายใช้เวลานานขึ้น และความสามารถในการรับมือกับความเครียดอาจลดลง การดูแลสุขภาพตั้งแต่ช่วงวัยนี้จึงไม่ใช่เรื่องของการรักษาโรค แต่เป็นการสร้างพื้นฐานเพื่อให้มีคุณภาพชีวิตที่ดีในระยะยาว ซึ่งเป็นแนวคิดที่เรียกว่า Longevity หรือการมีอายุยืนอย่างมีคุณภาพ Longevity ไม่ใช่แค่อายุยืน Longevity หมายถึง การมีอายุยืนพร้อมกับการมีสุขภาพแข็งแรง สามารถใช้ชีวิต ทำงาน และทำกิจกรรมที่ชอบได้อย่างเต็มที่ ไม่ใช่เพียงการมีอายุยืนแต่ต้องพึ่งพาผู้อื่น เป้าหมายสำคัญคือการเพิ่ม Healthspan หรือช่วงเวลาที่ร่างกายยังแข็งแรง ให้ยาวนานที่สุด 5 หลักสำคัญของการดูแลสุขภาพระยะยาว 1. รับประทานอาหารที่สมดุล เน้นผัก ผลไม้ ธัญพืช โปรตีนคุณภาพดี และไขมันที่เหมาะสม พร้อมลดอาหารหวาน มัน และเค็ม 2. ออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ ควรมีทั้งการออกกำลังกายแบบแอโรบิกและการเสริมสร้างกล้ามเนื้อ เพื่อช่วยรักษาความแข็งแรงของร่างกาย 3. นอนหลับให้เพียง

รู้ไหม? การออกกำลังกายเพียงอย่างเดียวอาจยังไม่เพียงพอ หากร่างกายขาดสารอาหารสำคัญที่ช่วยดูแลเซลล์และพลังงานในแต่ละวัน Asta Co-Q10 จาก PPC+ ตัวช่วยดูแลสุขภาพสำหรับคนที่ใช้พลังงานเยอะ ออกกำลังกายเป็นประจำ หรือรู้สึกเหนื่อยล้าง่าย แอสตาแซนธิน 6 mg ช่วยต้านอนุมูลอิสระ Coenzyme Q10 ช่วยสนับสนุนการสร้างพลังงานในเซลล์ เสริมวิตามิน C และ E ช่วยดูแลสุขภาพหัวใจและหลอดเลือด เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการดูแลสุขภาพและความอ่อนเยาว์ ไม่ว่าจะเป็นวันทำงาน วันออกกำลังกาย หรือวันพักผ่อน ดูแลตัวเองวันนี้ เพื่อสุขภาพที่ดีในระยะยาว Asta Co-Q10 30 แคปซูล สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ทางอินบ็อกซ์

CHANGE LANGUAGE
Powered by